BitTopup Logohow to top-up in bittopup
ค้นหา

คู่มือทอง Blood Strike: เส้นทางการอัปเกรดที่เร็วที่สุดและ Loadout ยอดนิยม

เจาะลึกเส้นทางการอัปเกรดทองใน Blood Strike เพื่อการเล่นแบบมืออาชีพ เรียนรู้ลำดับความสำคัญของอาวุธ การเลือกใส่ของแต่ง และกลยุทธ์ตัวละครที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของทองต่อความแข็งแกร่งให้สูงสุด สร้าง Loadout สำหรับการแข่งขันได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพที่อ้างอิงจากข้อมูล

ผู้แต่ง: BitTopup เผยแพร่เมื่อ: 2026/01/15

ระบบเศรษฐกิจ Gold ใน Blood Strike (แพตช์ปัจจุบัน)

Gold คือสกุลเงินถาวรของ Blood Strike ซึ่งไม่มีวันหมดอายุและสามารถสะสมข้ามซีซันได้ สำหรับ Elite Strike Pass มีราคาอยู่ที่ 520 Gold และจะได้รับ Gold คืนทั้งหมดหลังจากปลดล็อกครบทั้ง 50 เลเวล ทำให้เกิดวงจรที่คุ้มค่าสำหรับผู้เล่นที่เก็บเลเวลได้วันละ 2 เลเวล (ถึงเลเวล 50 ภายใน 25 วัน จากระยะเวลาซีซันทั้งหมด 42 วัน) หากคุณต้องการความพร้อมในการแข่งขันทันที การเลือก เติม Gold Blood Strike ผ่าน BitTopup จะช่วยให้คุณเข้าถึงเซ็ตอุปกรณ์ (Loadout) ระดับ Meta ได้ในทันที

Strike Pass ภาค Blight Horizon เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2025 ถึง 26 มกราคม 2026 นอกจากจะได้รับ Gold ถาวรคืนแล้ว ในแต่ละเลเวลยังมอบ Timed Gold (Gold แบบจำกัดเวลา ซึ่งจะหมดอายุเมื่อจบซีซัน) ดังนี้:

  • เลเวล 1-10: 80-100 Timed Gold
  • เลเวล 11-20: 120-150 Timed Gold
  • เลเวล 21-30: 150-180 Timed Gold
  • เลเวล 31-40: 120-140 Timed Gold
  • เลเวล 41-50: 50-70 Timed Gold

ระบบจะหัก Timed Gold ออกก่อนเสมอเมื่อมีการซื้อไอเทม

ประสิทธิภาพของ Gold ต่อความแข็งแกร่งในการเล่นระดับ Competitive

การวัดความคุ้มค่าของ Gold ต่อความแข็งแกร่งนั้นดูได้จากความได้เปรียบในการแข่งขันที่ได้รับต่อหน่วย Gold ของแต่งปืนที่ช่วยลดแรงดีดหรือเพิ่มความเสียหายส่งผลโดยตรงต่ออัตราการชนะ ในขณะที่ไอเทมตกแต่ง (Cosmetics) ไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าสถานะใดๆ

การฝึกฝนอาวุธ (Weapon Mastery) จะตันที่เลเวล 50 โดยโหมด Hot Zone จะมอบคะแนน 1 แต้มต่อวินาทีสำหรับผู้เล่นระดับ Platinum และการเล่นแบบทีม (Squad) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในโหมด Hot Zone อีก 20% การปั้นปืนอย่าง AK-47 ให้เต็มต้องใช้เวลาประมาณ 180 ชั่วโมง (เฉลี่ย 3.6 ชั่วโมงต่อเลเวล)

KAG-6 คือตัวอย่างของความคุ้มค่าสูงสุด ปืนนี้จะปลดล็อกที่ Striker Level 3 และมีของแต่งสำคัญดังนี้:

  • เลเวล 3: Stubby Vertical Grip (ด้ามจับแนวตั้ง)
  • เลเวล 16: CQB Muzzle (ปากกระบอกปืนระยะประชิด)
  • เลเวล 20: Extended Barrel (ลำกล้องยาว)
  • เลเวล 23: 40-round Explosive Mag (แม็กกาซีนกระสุนระเบิด 40 นัด - ตัวเปลี่ยนเกม)

การเปลี่ยนแปลงในแพตช์ล่าสุด

การเปิด Limited Stash มีค่าใช้จ่าย 90-150 Gold พร้อมของรางวัลแบบสุ่ม ปัจจุบันกิจกรรมต่างๆ จะมอบ Gold ถาวร 50-200 Gold ต่อรอบ กิจกรรม Blood Purge (19 ธันวาคม 2025 - 18 มกราคม 2026) มอบรางวัลสูงสุดถึง 9,999 Gold ซึ่งถือเป็นรางวัลกิจกรรมเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Blood Strike

คุณสามารถตรวจสอบยอดเงินได้ที่ การตั้งค่า > บัญชี > รายละเอียดสกุลเงิน แม้ Gold จะสามารถเปลี่ยนเป็นค่าชื่อเสียง (Reputation) ได้ แต่ผู้เล่นสายแข่งมักจะเก็บไว้เพื่ออัปเกรดความแข็งแกร่งโดยตรงมากกว่า

รหัสแลกรับ Gold ฟรี: BSREWARD10K, BLOODSTRIKEFB, TYSTRIKERS, 5MSTRIKERS (เปิดใช้งานผ่านไอคอนลำโพงในแถบกิจกรรม)

ต้นทุนที่แท้จริงของความพร้อมในระดับ Meta

ปืนระดับ Meta ที่ปรับแต่งเต็มที่พร้อมของแต่งสำคัญต้องใช้เลเวล 23 (สำหรับ KAG-6) หากคำนวณที่ 3.6 ชั่วโมงต่อเลเวล นั่นหมายถึงต้องใช้เวลาเล่นจริงจังประมาณ 83 ชั่วโมง หรือใช้ Gold เพื่อซื้อตัวช่วยเร่ง การมี Loadout หลายชุดจะยิ่งเพิ่มการลงทุนนี้เป็นเท่าตัว

การได้รับ Gold คืน 520 Gold จาก Strike Pass หมายความว่าการลงทุนในซีซันแรกจะกลายเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน เพียงเล่นให้ครบ 50 เลเวล รับ Gold คืน แล้วนำไปลงทุนต่อในซีซันถัดไปหรือใช้อัปเกรดอาวุธโดยตรง

เส้นทางอัปเกรด Gold ที่เร็วที่สุด: ทีละขั้นตอน

ระยะที่ 1: การสร้างพื้นฐาน Loadout (0-5,000 Gold)

ขั้นตอนที่ 1: ซื้อ Elite Strike Pass (520 Gold) เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะจะได้ 520 Gold คืนทั้งหมดเมื่อถึงเลเวล 50 พยายามเก็บให้ได้วันละ 2 เลเวลเพื่อให้ถึงเป้าหมายในวันที่ 25 และเหลือเวลาอีก 17 วันในการเก็บรางวัลเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 2: ปลดล็อกอาวุธ Meta หลัก KAG-6 ปลดล็อกที่ Striker Level 3 เน้นการฝึกฝนไปที่ปืนนี้จนถึงเลเวล 23 เพื่อเอาแม็กกาซีนกระสุนระเบิด 40 นัด (เพิ่มความต่อเนื่องในการยิงถึง 60%)

ขั้นตอนที่ 3: ให้ความสำคัญกับของแต่งที่จำเป็น

Blood Strike KAG-6 assault rifle equipped with Stubby Vertical Grip, CQB Muzzle, Extended Barrel, and 40-round Explosive Mag

  • เลเวล 3: Stubby Vertical Grip (ควบคุมแรงดีด)
  • เลเวล 16: CQB Muzzle (ความเสียหายระยะประชิด)
  • เลเวล 20: Extended Barrel (ระยะยิง)
  • เลเวล 23: 40-round Explosive Mag (ความเสียหายต่อเนื่อง)

ใช้ Gold ลงทุนกับตัวช่วยเร่งในโหมด Hot Zone โบนัสทีม 20% จะทำให้การฟาร์มแบบกลุ่มเร็วกว่าการเล่นคนเดียวมาก

ขั้นตอนที่ 4: เปิดใช้งานรหัสแลกรับทั้งหมด ไปที่ไอคอนลำโพงในแถบกิจกรรม: BSREWARD10K, BLOODSTRIKEFB, TYSTRIKERS, 5MSTRIKERS เพื่อรับ Gold ทันทีโดยไม่ต้องเล่น

ระยะที่ 2: การเพิ่มประสิทธิภาพอาวุธ Meta (5,000-15,000 Gold)

ขั้นตอนที่ 5: พัฒนาอาวุธรอง หลังจากอัปเกรดของแต่งสำคัญของปืนหลักเต็มแล้ว ให้ลงทุนกับอาวุธรองที่ส่งเสริมกัน เช่น สายปืนกลเบา (AR) ควรมีปืนกลมือ (SMG) สำหรับระยะประชิด ส่วนสายสไนเปอร์ควรมีตัวเลือกสำหรับระยะกลาง

ขั้นตอนที่ 6: เสริมความสามารถตัวละคร HANK Corsair (จาก Elite Strike Pass) มอบความได้เปรียบทางยุทธวิธี ควรเน้นอัปเกรดการลดคูลดาวน์หรือการเพิ่มระยะเวลาของสกิล

ขั้นตอนที่ 7: เพิ่มความยืดหยุ่นของ Loadout ปลดล็อก Loadout อย่างน้อย 3 แบบที่แตกต่างกัน: สายบุก (Assault), สายสนับสนุน (Support) และสายเฉพาะทาง (Specialist) เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้เดาทางกลยุทธ์ของคุณได้

ระยะที่ 3: การขัดเกลาเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน (15,000+ Gold)

ขั้นตอนที่ 8: เพิ่มความหลากหลายของคลังแสง ฝึกฝนปืนให้ชำนาญ 4-5 กระบอกเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ Meta แบ่ง Gold ไปใช้กับตัวเร่งการฝึกฝนสำหรับอาวุธในระดับใกล้เคียงกัน

ขั้นตอนที่ 9: ปรับแต่งอุปกรณ์เสริมให้สอดคล้องกัน ลงทุนในอุปกรณ์ที่ส่งเสริมความสามารถของตัวละครและอาวุธ เช่น ระเบิด, เกราะ และไอเทมยุทธวิธีต่างๆ ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์

ขั้นตอนที่ 10: สำรอง Gold ไว้สำหรับการปรับเปลี่ยนตามแพตช์ เก็บ Gold สำรองไว้ประมาณ 3,000-5,000 Gold เพื่อตอบสนองต่อแพตช์ใหม่ทันที ผู้ที่ปรับตัวได้ก่อนมักจะได้เปรียบเสมอ

ระยะเวลาที่คาดหวัง

สายฟรี (Free-to-Play):

  • วันที่ 1-7: สร้างพื้นฐาน Loadout, ปรับแต่งปืนหลัก 1 กระบอก
  • วันที่ 8-21: พัฒนาอาวุธรอง, อัปเกรดความสามารถตัวละคร
  • วันที่ 22-42: สร้างความได้เปรียบในการแข่ง, ปรับตัวตาม Meta
  • การลงทุน: 520 Gold (ได้รับคืน) + Gold ที่หาได้จากการเล่น

สายเปย์ (BitTopup):

  • วันที่ 1-3: สร้างพื้นฐานและปรับแต่ง Meta ให้สมบูรณ์
  • วันที่ 4-7: ขัดเกลาความได้เปรียบในการแข่งขันเต็มรูปแบบ
  • วันที่ 8 เป็นต้นไป: ทดลองบิลด์ใหม่ๆ และสร้างนวัตกรรม Meta
  • การลงทุน: 15,000-20,000 Gold

ซื้อ Gold Blood Strike ออนไลน์ ผ่าน BitTopup เพื่อย่นระยะเวลาจากหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่วัน ด้วยธุรกรรมที่ปลอดภัยและรวดเร็ว

ลำดับความสำคัญในการอัปเกรดอาวุธ (Tier List)

Blood Strike weapon upgrade priority tier list featuring S-Tier KAG-6 and AK-47

S-Tier: ควรลงทุนทันที

KAG-6 (ปืนกลเบา - Assault Rifle)

  • การปลดล็อก: Striker Level 3
  • ของแต่งสำคัญ: 40-round Explosive Mag (L23), Extended Barrel (L20)
  • Gold ที่ใช้: 8,000-12,000
  • ข้อดี: ใช้งานได้หลากหลายทุกระยะ, โดดเด่นในการปะทะแบบทีม
  • ลำดับความสำคัญ: ปืนกระบอกแรกที่ควรทำให้เลเวล 50

AK-47 (ปืนกลเบา - Assault Rifle)

  • เวลาที่ใช้ฝึกฝน: 180 ชั่วโมง
  • ของแต่งสำคัญ: ด้ามจับลดแรงดีด, แม็กกาซีนเพิ่มความจุ
  • Gold ที่ใช้: 10,000-15,000
  • ข้อดี: ความเสียหายต่อนัดสูงที่สุดในกลุ่ม AR
  • ลำดับความสำคัญ: อันดับสองรองจาก KAG-6

A-Tier: อาวุธรองที่แข็งแกร่ง

Vector (ปืนกลมือ - SMG)

  • สกินตกแต่ง: Flame Fox (5,000 Noble Coins)
  • ของแต่งสำคัญ: ตัวเพิ่มอัตราการยิง, ด้ามจับเพิ่มความคล่องตัว
  • Gold ที่ใช้: 6,000-9,000
  • ข้อดี: ครองระยะประชิด, ความคล่องตัวสูง
  • ลำดับความสำคัญ: อันดับสามเพื่อความหลากหลายของ Loadout

Designated Marksman Rifles (DMR)

  • ของแต่งสำคัญ: กล้องเล็งระยะไกล, ความนิ่งของปืน
  • Gold ที่ใช้: 7,000-10,000
  • ข้อดี: ควบคุมระยะกลาง, ยิงสนับสนุน
  • ลำดับความสำคัญ: ตามสถานการณ์และองค์ประกอบทีม

B/C-Tier: ตามสถานการณ์/ควรเลี่ยง

Shotguns (ปืนลูกซอง): ใช้ได้เฉพาะในแผนที่ระยะประชิดบางแห่งเท่านั้น ไม่ควรลง Gold มากจนกว่า Meta จะเปลี่ยน

Pistols (ปืนพก): ใช้เป็นอาวุธสำรองยามฉุกเฉินเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ Gold สำหรับการเล่นสายแข่ง

ลำดับการปลดล็อกของแต่ง

  1. การควบคุมแรงดีด (L3-10): ด้ามจับ, ตัวช่วยให้นิ่ง
  2. ความจุแม็กกาซีน (L15-25): แม็กกาซีนเพิ่มความจุ/เฉพาะทาง
  3. การเพิ่มความเสียหาย (L16-20): ลำกล้อง, ปากกระบอกปืน
  4. กล้องเล็ง (Optics) (L25-35): กล้องเล็งตามระยะที่เหมาะสม
  5. ม็อดเฉพาะทาง (L35-50): ยุทธวิธีขั้นสูง

ด้ามจับลดแรงดีดชิ้นแรกมีค่ามากกว่ากล้องเล็งชิ้นที่สี่ ควรเน้น Gold ไปที่ของแต่งพื้นฐานก่อน

การเสริมความสามารถตัวละคร

ตัวละครที่ได้เปรียบในการแข่งขัน

HANK Corsair (จาก Elite Strike Pass)

  • ความสามารถ: การสอดแนมทางยุทธวิธี
  • ความคุ้มค่า: ได้เปรียบด้านข้อมูลในโหมดจัดอันดับ
  • ลำดับความสำคัญ: ลดคูลดาวน์ ตามด้วยระยะเวลาสกิล
  • Gold ที่ใช้: 3,000-5,000

สายสนับสนุน (Support-Class)

  • ความสามารถ: ฮีลทีม, เติมกระสุน
  • ความคุ้มค่า: ช่วยให้ทีมสู้ได้นานขึ้น
  • ลำดับความสำคัญ: รัศมีของสกิล ตามด้วยความแรง
  • Gold ที่ใช้: 2,500-4,000

ลำดับการอัปเกรดสกิล

  1. ลดคูลดาวน์ (งบประมาณ 40%): เพื่อให้ใช้งานได้บ่อยขึ้น
  2. ระยะเวลาของสกิล (งบประมาณ 30%): เพื่อความได้เปรียบที่ต่อเนื่อง
  3. ความแรงของสกิล (งบประมาณ 20%): สำหรับจังหวะชี้เป็นชี้ตาย
  4. รัศมี/ระยะ (งบประมาณ 10%): สำหรับยุทธวิธีตามสถานการณ์

สัดส่วนการลงทุน

  • 70% อาวุธ: พื้นฐานของประสิทธิภาพการเล่น
  • 20% ตัวละคร: ความยืดหยุ่นทางยุทธวิธี
  • 10% อุปกรณ์: กลยุทธ์เฉพาะทาง

สำหรับผู้เล่นใหม่: เน้นอาวุธ 90% จนกว่าจะมีพื้นฐานที่แน่น แล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปเน้นตัวละครและอุปกรณ์

การเพิ่มประสิทธิภาพการฟาร์ม Gold

การทำภารกิจรายวันให้ได้มากที่สุด

เน้นภารกิจที่สอดคล้องกับการเล่นปกติ:

  • การเล่นจบแมตช์: เล่นโหมดจัดอันดับไปพร้อมกับการทำภารกิจ
  • ภารกิจเฉพาะอาวุธ: เน้นอาวุธที่คุณกำลังฝึกฝนอยู่
  • ภารกิจเฉพาะโหมด: สลับเล่นระหว่าง BR และ Battle Escort

ทำภารกิจรายวันให้ครบก่อนรีเซ็ต การพลาดไปเพียงวันเดียวหมายถึง Gold ที่หายไปตลอดกาล

โบนัสจากการเล่นจบแมตช์

Timed Gold จาก Strike Pass จะได้เยอะที่สุดในช่วงเลเวล 21-30 (150-180 ต่อเลเวล) ควรเน้นเล่นในช่วงนี้

โหมด Hot Zone: 1 แต้มต่อวินาทีสำหรับแรงก์ Platinum การเล่น 10 นาทีจะได้คะแนนฝึกฝน 600 แต้ม หากเล่นแบบทีมจะได้โบนัส 20% เป็น 720 แต้มต่อ 10 นาที

โอกาสจากกิจกรรมเฉพาะ

Blood Purge (19 ธ.ค. 2025 - 18 ม.ค. 2026): รับสูงสุด 9,999 Gold ซึ่งเป็นแหล่ง Gold ที่ใหญ่ที่สุด ควรให้ความสำคัญกับกิจกรรมนี้เป็นอันดับแรก

กิจกรรมมาตรฐาน: 50-200 Gold ถาวรต่อรอบ ติดตามตารางกิจกรรมผ่านแถบ Event และวางแผนการเล่นในช่วงที่มีรางวัลสูง

ความคุ้มค่าของ Season Pass

Elite Strike Pass: ราคา 520 Gold ได้คืนครบเมื่อถึงเลเวล 50 ส่วน Timed Gold ตลอด 50 เลเวลจะรวมกันได้ประมาณ 5,500-6,500 Gold

การเล่นให้จบใน 25 วัน (วันละ 2 เลเวล) จะเหลือเวลาอีก 17 วันสำหรับรางวัลพิเศษ อย่าลืมใช้ Timed Gold ก่อนหมดอายุในวันที่ 26 มกราคม 2026

ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ควรหลีกเลี่ยง

การอัปเกรดอาวุธระดับต่ำก่อน

อย่ากระจาย Gold ไปกับอาวุธหลายกระบอก ปืน KAG-6 ที่อัปเกรดครึ่งๆ กลางๆ (L15) จะแพ้ KAG-6 ที่ปรับแต่งเต็ม (L23+) เสมอ การโฟกัสจะสร้างความได้เปรียบ แต่การกระจายจะทำให้คุณอยู่ในระดับปานกลาง

แม็กกาซีนกระสุนระเบิด 40 นัด (L23) มีค่ามากกว่าปืนเลเวล 10 สามกระบอกรวมกัน

ของสวยงาม vs ค่าสถานะ

Vector Flame Fox (5,000 Noble Coins) = ไม่เพิ่มความได้เปรียบด้านสถานะ ควรพักเรื่องสกินไว้ก่อนจนกว่าจะมี Loadout ระดับ Meta ที่สมบูรณ์

Limited Stash (90-150 Gold) = ของรางวัลแบบสุ่ม ไม่มีความแน่นอน เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการซื้อของแต่งโดยตรงที่การันตีผลลัพธ์

การละเลยความสอดคล้องของของแต่ง

การใส่กล้องเล็งระยะไกลบนอาวุธระยะประชิดเป็นการเสียช่องใส่และเสีย Gold โดยเปล่าประโยชน์ ควรศึกษา Loadout ของโปรเพลเยอร์เพื่อดูการผสมผสานที่ลงตัว

การปรับแต่ง KAG-6 ที่เหมาะสม: Stubby Vertical Grip + Extended Barrel + 40-round Explosive Mag = มีประสิทธิภาพในระยะ 5-50 เมตร

การซื้อแพ็กเกจผิดเวลา

ประเมินแพ็กเกจตามความต้องการจริง แพ็กเกจสไนเปอร์จะไม่มีค่าเลยหากคุณกำลังเน้น Loadout ปืน AR ควรคอยดูแพ็กเกจที่ช่วยเร่งความคืบหน้าในระยะที่คุณกำลังทำอยู่

บิลด์ Loadout สำหรับการแข่งขัน

สายบุก (Assault Role)

Blood Strike Assault Role loadout screenshot: KAG-6 with full attachments and Vector SMG

อาวุธหลัก: KAG-6 (L23+)

  • ของแต่ง: 40-round Explosive Mag, Extended Barrel, Stubby Vertical Grip, CQB Muzzle
  • Gold: 10,000-12,000
  • ระยะ: 5-50 เมตร
  • หน้าที่: ตัวเปิด (Entry fragger)

อาวุธรอง: Vector (L15+)

  • ของแต่ง: เพิ่มอัตราการยิง, ด้ามจับเพิ่มความคล่องตัว
  • Gold: 6,000-8,000
  • ระยะ: 0-15 เมตร
  • วัตถุประสงค์: เคลียร์อาคาร

ตัวละคร: HANK Corsair

  • เน้น: การสอดแนม
  • Gold: 3,000-4,000

รวม: 19,000-24,000 Gold

สายสนับสนุน (Support Role)

อาวุธหลัก: AK-47 (L20+)

  • ของแต่ง: ควบคุมแรงดีด, แม็กกาซีนเพิ่มความจุ
  • Gold: 8,000-10,000
  • ระยะ: 10-40 เมตร
  • หน้าที่: ยิงสนับสนุนต่อเนื่อง

อาวุธรอง: DMR (L12+)

  • ของแต่ง: กล้องเล็งระยะกลาง, ความนิ่ง
  • Gold: 5,000-7,000
  • ระยะ: 30-70 เมตร
  • วัตถุประสงค์: ยิงคุ้มกัน

ตัวละคร: สายสนับสนุน (Support-Class)

  • เน้น: ฮีลทีม/เติมกระสุน
  • Gold: 2,500-3,500

รวม: 15,500-20,500 Gold

สายสไนเปอร์ (Sniper Role)

อาวุธหลัก: DMR (L30+)

  • ของแต่ง: กล้องเล็งระยะไกล, ความนิ่งสูงสุด, ความเสียหาย
  • Gold: 12,000-15,000
  • ระยะ: 50-150 เมตร
  • หน้าที่: กำจัดศัตรูระยะไกล

อาวุธรอง: Vector (L10+)

  • ของแต่ง: ความคล่องตัวพื้นฐาน, อัตราการยิง
  • Gold: 4,000-5,000
  • ระยะ: 0-10 เมตร
  • วัตถุประสงค์: ป้องกันตัวระยะประชิดยามฉุกเฉิน

ตัวละคร: สายสอดแนม (Reconnaissance-Class)

  • เน้น: เปิดเผยตำแหน่งศัตรู
  • Gold: 3,500-4,500

รวม: 19,500-24,500 Gold

สายยืดหยุ่น (Flex Role)

อาวุธหลัก: KAG-6 (L23+)

  • Gold: 10,000-12,000
  • ระยะ: 5-50 เมตร
  • หน้าที่: ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

อาวุธรอง: ปืนลูกซอง (L8+)

  • Gold: 2,000-3,000
  • ระยะ: 0-8 เมตร
  • วัตถุประสงค์: แผนที่ระยะประชิดเฉพาะทาง

ตัวละคร: สายสมดุล (Balanced-Class)

  • เน้น: การพึ่งพาตนเอง
  • Gold: 2,500-3,500

รวม: 14,500-18,500 Gold

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ

Hot Zone (Platinum, ทีม):

  • พื้นฐาน: 60 แต้ม/นาที
  • โบนัสทีม: +12 แต้ม/นาที (20%)
  • รวม: 72 แต้ม/นาที = 4,320 แต้ม/ชั่วโมง
  • เลเวลอาวุธ: 1.2 เลเวล/ชั่วโมง

ภารกิจรายวัน:

  • ผลตอบแทน: 150-250 Gold/วัน
  • เวลาที่ใช้: 45-60 นาที
  • อัตรา: 150-333 Gold/ชั่วโมง
  • รายเดือน: 4,500-7,500 Gold

กิจกรรม Blood Purge:

  • สูงสุด: 9,999 Gold
  • ระยะเวลา: 30 วัน (19 ธ.ค. 2025 - 18 ม.ค. 2026)
  • เวลาที่ใช้ต่อวัน: 20-30 นาที
  • อัตรา: 666-999 Gold/ชั่วโมง

Strike Pass:

  • Timed Gold: 5,500-6,500 (50 เลเวล)
  • Gold ถาวรคืน: 520 Gold
  • เวลาที่ใช้: 25 วัน วันละ 2 เลเวล (1-2 ชั่วโมงต่อวัน)
  • มูลค่ารวม: 6,020-7,020 Gold ต่อ 25-50 ชั่วโมง = 120-280 Gold/ชั่วโมง

Blood Purge = Gold ต่อชั่วโมงสูงที่สุด ภารกิจรายวัน = ผลตอบแทนสม่ำเสมอ Hot Zone = ฝึกฝนอาวุธโดยไม่ต้องเสีย Gold

การจัดการ Gold ขั้นสูง

กฎการจัดสรร 70-20-10

  • 70% Meta ปัจจุบัน: อาวุธ/ตัวละครที่ครองเกมในแพตช์นี้
  • 20% Meta ที่กำลังมา: อาวุธที่โปรเพลเยอร์เริ่มใช้มากขึ้น
  • 10% การทดลอง: ทดสอบการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นก่อนจะเป็นกระแสหลัก

วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้คุณล้าหลังในขณะที่ยังรักษาความแข็งแกร่งในปัจจุบันไว้ได้

Timed Gold vs Gold ถาวร

ระบบจะหัก Timed Gold ก่อนเสมอ ควรใช้ Timed Gold สำหรับ:

  • ตัวช่วยเร่งชั่วคราว, ไอเทมสิ้นเปลือง
  • การทดสอบอาวุธใหม่ๆ
  • ไอเทมกิจกรรมแบบจำกัดเวลา

เก็บ Gold ถาวรไว้สำหรับ:

  • การปรับแต่งอาวุธหลัก
  • การเสริมความสามารถตัวละคร
  • การซื้อ Strike Pass (เพื่อรับ Gold คืน)

การรักษาเงินสำรอง Gold

ควรเก็บ Gold ถาวรสำรองไว้ 3,000-5,000 Gold เพื่อปรับตัวตามแพตช์ ผู้ที่อัปเกรดอาวุธที่เพิ่งถูกบัฟ (Buff) ได้ทันทีจะมีความได้เปรียบในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก

Blight Horizon จะหมดอายุในวันที่ 26 มกราคม 2026 ควรวางแผนใช้ Timed Gold ให้หมดก่อนวันดังกล่าว เพราะ Timed Gold ที่ไม่ได้ใช้จะหายไป

กลยุทธ์การซื้อ

ช่วงเวลาการซื้อที่เหมาะสม

ต้นซีซัน (วันที่ 1-10):

  • ซื้อ Strike Pass ทันที (520 Gold)
  • ซื้อตัวเร่งการฝึกฝนอาวุธหลัก
  • ไอเทมสำหรับเข้าร่วมกิจกรรม

กลางซีซัน (วันที่ 11-30):

  • ประเมินแนวโน้ม Meta จากโปรเพลเยอร์
  • ปรับแต่งอาวุธรอง
  • เสริมความสามารถตัวละคร

ปลายซีซัน (วันที่ 31-42):

  • ใช้ Timed Gold ให้หมดก่อนหมดอายุ
  • เตรียม Gold สำหรับ Strike Pass ซีซันหน้า
  • สำรอง Gold ถาวรไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงหลังจบซีซัน

ข้อดีของ BitTopup

  • ราคาคุ้มค่า: อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดในตลาด
  • ส่งไวทันใจ: ไม่ต้องรอนาน
  • ธุรกรรมปลอดภัย: ระบบชำระเงินที่ได้รับการคุ้มครอง การันตีผู้ซื้อ
  • ซัพพอร์ต 24/7: พร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา
  • ตัวเลือกหลากหลาย: มีแพ็กเกจที่ยืดหยุ่นตามงบประมาณ

ความน่าเชื่อถือช่วยให้ผู้เล่นสายแข่งไม่ต้องกังวลเรื่อง Gold ขาดมือ การส่งที่รวดเร็วหมายถึงการอัปเกรดอาวุธหรือเข้าร่วมกิจกรรมได้ทันที

กลยุทธ์รอบแพตช์

คาดการณ์การเปลี่ยน Meta

ติดตามการใช้อาวุธของโปรเพลเยอร์ผ่านสตรีมการแข่งขันและอันดับ Ranking อาวุธที่ผู้เล่น Top 100 เริ่มใช้มากขึ้นมักจะเป็นสัญญาณของ Meta ใหม่ล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์

บันทึกการเปลี่ยนแปลง (Patch Notes) ของผู้พัฒนามักจะมีคำใบ้ เช่น "กำลังเฝ้าติดตามประสิทธิภาพของอาวุธ..." ซึ่งเป็นสัญญาณของการปรับสมดุลที่กำลังจะมาถึง ควรเตรียม Gold สำรองไว้เพื่อฉวยโอกาสนี้

เส้นทางการอัปเกรดที่ยืดหยุ่น

ลงทุนในอาวุธที่มีความเสถียรสูงในหลายๆ แพตช์ เช่น KAG-6 และ AK-47 ซึ่งยังคงใช้งานได้ดีแม้จะมีการปรับสมดุล เนื่องจากระยะยิงที่หลากหลายและความเสียหายที่ไว้ใจได้

หลีกเลี่ยงการลงทุนหนักเกินไปในอาวุธเฉพาะทาง เช่น ปืนลูกซองหรือปืนมาร์คแมนบางชนิด ซึ่งมูลค่าอาจลดลงอย่างรวดเร็วหากมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

เมื่อไหร่ควรเก็บ vs เมื่อไหร่ควรจ่าย

ควรจ่ายทันที:

  • เมื่อ Strike Pass ซีซันใหม่เปิด (การันตีได้ Gold คืน)
  • กิจกรรมจำกัดเวลาที่มีรางวัลสูง (เช่น Blood Purge)
  • อาวุธ Meta ที่ยืนยันแล้วว่าต้องอัปเกรด
  • การปลดล็อกตัวละครที่ช่วยเสริมทีม

ควรเก็บสำรอง:

  • สัปดาห์สุดท้ายก่อนประกาศแพตช์ใหม่
  • ช่วงที่ Meta ยังไม่นิ่งหลังการอัปเดตใหญ่
  • เมื่อฝีมือส่วนตัวถึงจุดอิ่มตัวและต้องประเมินแนวทางใหม่
  • ช่วงรอยต่อซีซันที่ Meta ซีซันหน้ายังไม่ชัดเจน

Blight Horizon หมดอายุ 26 มกราคม 2026 ควรวางแผนการใช้จ่ายครั้งใหญ่ก่อนวันดังกล่าวเพื่อใช้ Timed Gold ให้คุ้มค่าที่สุดในขณะที่ยังรักษา Gold ถาวรไว้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิธีอัปเกรดอาวุธใน Blood Strike ที่เร็วที่สุดคืออะไร?

การฟาร์มในโหมด Hot Zone แบบทีม: ได้ 72 แต้ม/นาที (4,320 แต้ม/ชั่วโมง) โดยต้องมีแรงก์ Platinum ในโหมด BR หรือ Battle Escort เน้นฝึกฝนปืนกระบอกเดียวให้ถึงเลเวล 23 เพื่อเอาของแต่งสำคัญก่อนจะเปลี่ยนไปปืนอื่น

ต้องใช้ Gold เท่าไหร่สำหรับ Loadout สายแข่ง?

ประมาณ 15,000-24,000 Gold ขึ้นอยู่กับหน้าที่ สายบุก: 19,000-24,000 สำหรับอาวุธหลัก/รองและสกิลตัวละคร สายสนับสนุน: 15,500-20,500 โดยเน้นของที่คุ้มค่าและเน้นประโยชน์ของทีมเป็นหลัก

แพตช์นี้ควรอัปเกรดอาวุธไหนก่อน?

ปืนกลเบา KAG-6 ให้ถึงเลเวล 23+ เพื่อเอาแม็กกาซีนกระสุนระเบิด 40 นัด, ลำกล้องยาว และของแต่งลดแรงดีด เพราะใช้งานได้ทุกระยะ อาวุธรองแนะนำ AK-47 สำหรับความเสียหายต่อเนื่อง หรือ Vector สำหรับระยะประชิด ตามสไตล์การเล่น

Season Pass คุ้มค่ากับ Gold ที่เสียไปไหม?

Elite Strike Pass คุ้มค่ามาก ราคา 520 Gold และได้คืนครบเมื่อถึงเลเวล 50 เพียงเล่นวันละ 2 เลเวลให้ถึงเลเวล 50 ภายใน 25 วัน คุณจะได้ Timed Gold 5,500-6,500 พร้อมตัวละคร HANK Corsair สรุปคือได้ของฟรีหลังจากได้ Gold คืน ซึ่งคุ้มค่าที่สุด

วิธีฟาร์ม Gold อย่างมีประสิทธิภาพทำอย่างไร?

เน้นกิจกรรม Blood Purge (19 ธ.ค. 2025 - 18 ม.ค. 2026) เพื่อรับสูงสุด 9,999 Gold ทำภารกิจรายวันเพื่อรับ 150-250 Gold ทุกวัน และใช้รหัสแลกรับ: BSREWARD10K, BLOODSTRIKEFB, TYSTRIKERS, 5MSTRIKERS ผ่านแถบกิจกรรม รวมถึงรักษาเลเวล Strike Pass ให้ได้วันละ 2 เลเวลเพื่อรับ Timed Gold

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Gold คืออะไร?

อย่ากระจาย Gold ไปกับปืนหลายกระบอกที่อัปเกรดไม่เต็ม ควรเน้นปืน Meta ให้เต็มหนึ่งกระบอกก่อน ข้ามไอเทมสวยงามอย่าง Vector Flame Fox (5,000 Noble Coins) ไปก่อนจนกว่า Loadout จะพร้อม เลี่ยงการสุ่ม Limited Stash (90-150 Gold) และหันไปซื้อของแต่งโดยตรง และสุดท้าย อย่าปล่อยให้ Timed Gold หมดอายุโดยเปล่าประโยชน์เมื่อจบซีซันในวันที่ 26 มกราคม 2026


พร้อมที่จะเร่งสปีดเส้นทางสู่การเป็นโปรใน Blood Strike หรือยัง? รับ Gold ที่คุณต้องการสำหรับ Loadout ระดับ Meta ได้ทันทีที่ BitTopup – แพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและได้รับความไว้วางใจจากผู้เล่น Blood Strike ทั่วโลก ส่งไว ราคาดี ซัพพอร์ต 24 ชั่วโมง เติมเลยวันนี้แล้วไปคุมเกมในแรงก์กัน!

แนะนำสินค้า

ข่าวแนะนำ

customer service