BitTopup Logohow to top-up in bittopup
ค้นหา

คู่มือ Endstate Matrix ปี 2026: เกณฑ์คะแนนและทีมที่ดีที่สุด

Endstate Matrix คือโหมดท้ายเกมประจำสัปดาห์ที่ยากที่สุดของ WuWa เวอร์ชัน 3.2 ซึ่งเป็นโหมดบอสรัชที่คุณต้องสลับทีมเข้าต่อสู้ในด่านที่ทวีความยากขึ้นเรื่อยๆ โดยแต่ละด่านจะมีกลไกเฉพาะที่ผูกกับระบบ Tune สำหรับระดับสูงสุด (58,000 คะแนน) จะได้รับฉายา **Matrix Ranger** พร้อมด้วย Premium Tuner และ Sealed Tube ส่วนการเคลียร์ในระดับกลางก็ยังได้รับ Astrite ที่คุ้มค่า สิ่งที่แยกผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงออกจากผู้เล่นทั่วไปไม่ใช่แค่ค่า DPS ดิบ แต่คือการใช้กลไกให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่บัฟ Power Circuit ให้เหมาะกับทีม การรักษาค่า Tune Strain และการจัดวางทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของคุณลงในรอบที่เหมาะสม

ผู้แต่ง: BitTopup เผยแพร่เมื่อ: 2026/03/29

Endstate Matrix คืออะไร?

ให้มองว่ามันเป็นลูกผสมระหว่าง Tower of Adversity กับโหมดบอสรัช (Boss Rush) คุณจะต้องใช้หลายทีมเพื่อต่อสู้กับบอสหนึ่งตัวหรือมากกว่า โดยค่า HP ของบอสจะถูกส่งต่อไปยังทีมถัดไปหากคุณจัดการมันไม่สำเร็จในรอบเดียว อาวุธและ Echo ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ระหว่างทีม ดังนั้นความหลากหลายของตัวละครในไอดีจึงมีความสำคัญมาก

เงื่อนไขการปลดล็อก

ต้องผ่านเงื่อนไขทั้งสองข้อพร้อมกัน: ได้รับ 24 Crest ใน Tower of Adversity + ทำคะแนนได้ 3,500 แต้มใน Whimpering Wastes Infinite Torrents หากคุณมีเลเวล AR 40 ขึ้นไปและเคลียร์ Tower ได้เป็นประจำ คุณน่าจะมีสิทธิ์เข้าร่วมโหมดนี้อยู่แล้ว

มีระดับความยากให้เลือก 2 รูปแบบ:

  • Stability Accords — เงื่อนไขกิมมิคไม่ซับซ้อนและผ่อนปรนกว่า เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  • Singularity Expansion — บังคับใช้กิมมิคเต็มรูปแบบ เพิ่ม Matrix Mimic เข้ามาในด่านที่ 5 และเป็นที่ที่ได้รับรางวัลดีที่สุด

ระบบความเหนื่อยล้า (Vigor)

Resonator ทุกตัวจะเสีย Vigor 1 หน่วยต่อการต่อสู้หนึ่งครั้ง ยกเว้นตัวละครฮีลเลอร์ที่กำหนดไว้ซึ่งจะเสียเพียง 2 Vigor รวมทั้งสิ้น ฮีลเลอร์ที่ลดค่าใช้จ่ายมี 5 ตัว ได้แก่: Baizhi, Verina, Shorekeeper, Buling และ Mornye ควรจัดสรรฮีลเลอร์ให้กระจายไปในแต่ละทีมอย่างเหมาะสม อย่าอัดฮีลเลอร์ไว้ในทีมเดียว

ในโหมด Singularity Expansion จะไม่มีการจำกัดจำนวนทีม แต่การใช้จำนวนทีมที่มากเกินไปจะส่งผลเสียต่อคะแนนของคุณ ดังนั้นประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญ


บอสทั้ง 5 ตัว: เจาะลึกทีละด่าน

ด่านที่ 1 — Thundering Mephis (ธาตุไฟฟ้า)

Wuthering Waves บอส Thundering Mephis ใน Endstate Matrix ด่านที่ 1 พร้อมเอฟเฟกต์ Tune Break

Mephis จะลด Vibration Strength ของทีมคุณลง 10% การสวนกลับหรือการปัดป้อง (Parry) แต่ละครั้งจะสะสมค่า Max Off-Tune ได้ 10% (คูลดาวน์ 10 วินาที) ตั้งแต่รอบที่ 2 เป็นต้นไป มันจะได้รับ ATK +3% ทุกๆ 5 วินาที สะสมได้สูงสุด 10 ชั้น ซึ่งจะล้างออกได้ก็ต่อเมื่อทำให้บอสติดสถานะ Tune Break เท่านั้น

Mephis จะเทเลพอร์ตไปมาตลอดเวลา ทำให้ตัวละคร DPS ที่โจมตีช้าหรือต้องยืนนิ่งเสียเปรียบ คุณจำเป็นต้องใช้ตัวละครที่มีสกิลโจมตีเป็นวงกว้าง, สกิลติดตามเป้าหมาย หรือมีความคล่องตัวสูง Mornye จะช่วยเร่งการสะสมค่า Tune Break ได้อย่างมาก ในโหมด Stability Accords เงื่อนไข Tune Break จะง่ายกว่า ซึ่งสามารถใช้ Shorekeeper หรือ Verina แทนได้

ด่านที่ 2 — Nameless Explorer (ธาตุลม)

หากไม่ติดสถานะ Tune Strain บอสตัวนี้จะได้รับ ATK +50% แต่ถ้าคุณรักษาสถานะ Tune Strain Interfered หรือ Shifting ไว้ได้ จะได้รับ VSR +30% แทน ซึ่งจัดการได้ง่ายกว่ามาก การทำ Tune Break จะช่วยปิดการใช้งานบัฟ ATK ของบอสเป็นเวลา 12 วินาที

นอกจากนี้ยังมี จุดอ่อนที่เจ็ทแพ็ค (ด้านหลังของบอส) ซึ่งการโจมตีแบบ AoE สามารถทำลายได้ และจะเปิดโอกาสให้คุณทำดาเมจได้มหาศาล ทีมที่เหมาะสมที่สุดคือ Luuk Herssen, Lynae และ Mornye โดย Lynae และ Mornye จะช่วยรักษาค่า Tune Strain ไว้ได้ตลอดเวลา ทำให้บอสไม่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ ตัวละครที่โจมตีกลางอากาศได้จะช่วยทำดาเมจได้ดีในช่วงที่บอสกำลังบินลงมาในสนาม

ด่านที่ 3 — Impermanence Heron (ธาตุ Havoc)

การโจมตีทุกครั้งจะทำให้ Resonator ที่อยู่ในสนาม เสีย HP สูงสุด 4% ต่อวินาที เป็นเวลา 6 วินาที แม้จะไม่ทำให้ตายในทันที แต่สถานะนี้สะสมได้เร็วมาก ข้อดีคือหากคุณรักษา HP ไว้เหนือ 50% ได้ Heron จะได้รับ ดาเมจรวมเพิ่มขึ้น 10% ตั้งแต่รอบที่ 2 เป็นต้นไป ค่าการเสีย HP จะเพิ่มขึ้นอีก +1% สำหรับตัวละครในสนาม และ +2% สำหรับตัวละครนอกสนามต่อการโดนโจมตีหนึ่งครั้ง

คุณควรใช้ ฮีลเลอร์ที่ฮีลต่อเนื่องนอกสนาม ไม่ใช่ฮีลแบบตูมเดียว Shorekeeper และ Verina สามารถฟื้นฟู HP ได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้คุณรักษา HP ให้อยู่เหนือเกณฑ์ได้โดยไม่ต้องสลับตัวฮีลเลอร์กลางคัน พยายามหลบและปัดป้องให้ดี เพราะทุกครั้งที่คุณโดนโจมตี นอกจากจะเสีย HP แล้ว คุณยังเสียโอกาสในการทำดาเมจเพิ่มอีกด้วย

ด่านที่ 4 — Sigillum (ธาตุ Spectro)

Sigillum จะได้รับ ดาเมจน้อยลง 25% โดยปกติ วิธีแก้คือ: ดาเมจจาก Echo Skill จะลด Vibration Strength ของบอสลง 3% (ทุกๆ 2 วินาที) ในรอบที่ 2 เป็นต้นไป ค่าการลด VSR จะลดลงเหลือ -20% ทำให้การสแปม Echo Skill ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

Sigrika และ Qiuyuan คือตัวเลือกที่โดดเด่น เพราะทั้งคู่มีชุดสกิลที่เน้นการใช้ Echo Skill ซึ่งจะช่วยลดค่า VSR ได้อย่างต่อเนื่อง จับคู่กับ Shorekeeper คุณจะได้ทีมที่สมบูรณ์แบบในการจัดการบอสตัวนี้ ในโหมด Stability Accords กิมมิคจะไม่โหดร้ายเท่า ทำให้ทีมทั่วไปก็สามารถผ่านได้

ด่านที่ 5 — Matrix Mimic (เฉพาะโหมด Singularity Expansion เท่านั้น)

Wuthering Waves บอส Matrix Mimic ใน Endstate Matrix ด่านที่ 5

บอสตัวนี้มีความต้านทานต่อทุกธาตุเท่ากันหมด ไม่มีธาตุไหนได้เปรียบเป็นพิเศษ มันจะให้ ตัวคูณคะแนน 1.1 เท่า ทำให้เป็นบอสที่คุ้มค่าที่สุดในโหมดนี้ การเอาชนะมันได้จะทำให้ทีมถัดไปของคุณ ได้รับสถานะอมตะต่อดาเมจและการขัดจังหวะเป็นเวลา 15 วินาที

อย่ามองว่าช่วงเวลาอมตะนี้เป็นแค่เกราะป้องกัน แต่มันคือโอกาสในการทำคอมโบฟรีๆ ให้คุณกด Resonance Liberation และใช้สกิลทั้งหมดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหลบ ตัวละครที่มีลำดับการใช้ Liberation หลายขั้นตอน เช่น Aemeath หรือ Carlotta ปกติจะต้องอาศัยจังหวะการหลบที่แม่นยำ แต่ในช่วง 15 วินาทีนี้ คุณสามารถกดคอมโบเต็มรูปแบบได้โดยไม่ถูกขัดจังหวะ ผู้เล่นส่วนใหญ่รายงานว่าทำคะแนนได้สูงขึ้น 10–15% ในทีมที่ตามหลัง Mimic เมื่อวางแผนใช้ช่วงเวลานี้อย่างตั้งใจ

เนื่องจาก Mimic มีความต้านทานธาตุเท่ากัน การเลือกทีมในด่านที่ 5 จึงควรเน้นที่พลังทำลายล้างสูงสุด ไม่ใช่การแพ้ทางธาตุ ตัวคูณ 1.1 เท่าทำให้การส่งทีมที่แข็งแกร่งที่สุดลงไปนั้นคุ้มค่าเสมอ ไม่ว่าคุณจะใช้ตัวละครไหนไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม


บัฟ Power Circuit: เลือกให้เหมาะกับทีมของคุณ

Wuthering Waves หน้าจอเลือกบัฟ Power Circuit ใน Endstate Matrix

การเลือกนี้จะเป็นการถาวรสำหรับการเล่นรอบนั้นๆ คิดให้ดีก่อนกด

บัฟวงจรพลังงานเอฟเฟกต์ทีมที่ดีที่สุด
การเสริมพลังทั่วไปศัตรูได้รับความเสียหายรวมเพิ่มขึ้น 20% + ความเสียหายจากการโจมตีหนัก (Heavy Attack) เพิ่มขึ้น 20%Augusta, Jiyan, ทีมที่เน้นการโจมตีหนัก
การเสริมพลังสถานะผิดปกติศัตรูที่ติดสถานะผิดปกติจะได้รับความเสียหายรวมเพิ่มขึ้น 20% (30 วินาที); เป้าหมายที่ติดสถานะ Spectro Frazzle จะได้รับความเสียหาย Frazzle เพิ่มขึ้น 50%Zani, Phoebe, ทีมที่เน้น Spectro Frazzle
การเสริมพลังสกิลเอคโค่ (Echo Skill)ความเสียหายสกิลเอคโค่ +40%; ความเสียหาย Aero +20%Sigrika, Qiuyuan, ทีมที่เน้นความเสียหาย Aero
การเสริมพลัง Tune BreakTune Rupture-Shifting: ความเสียหายรวม +20% + ความเสียหาย Tune Rupture +200% (15 วินาที); Tune Strain-Shifting: ความเสียหายรวม +50% (15 วินาที)Aemeath, Luuk Herssen, ทีมที่เน้น Tune

การใช้ทีม Spectro Frazzle ร่วมกับบัฟ General Enhancement แทนที่จะเป็น Negative Status Enhancement จะทำให้คุณเสียตัวคูณคะแนนมหาศาล การเลือกบัฟไม่ตรงกับทีมเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คะแนนต่ำ


เกณฑ์คะแนนและรางวัล

Singularity Expansion

คะแนนรางวัล
12,000Astrite ×50 + ไอเทม
16,000ระดับรางวัลเพิ่มเติม
21,000ระดับรางวัลเพิ่มเติม
37,000Premium Tuner ×100 + Sealed Tube ×15
58,000ฉายา: Matrix Ranger

โบนัสจำนวนทีมใน Singularity Expansion (5,000 แต้มต่อทีม)

ทีมที่ใช้รางวัลโบนัส
3 ทีมAstrite ×50 + Sealed Tubes ×15
4 ทีมEcho Modifier ×5
6 ทีมMorphable Overlord Echo ×30 + tanks ×20

Stability Accords

คะแนนรางวัล
4,800Astrite ×50 + Tuner ×5
7,200Energy Core ×5
10,000Sealed Tube ×5

เกณฑ์ 5,000 แต้มต่อทีมคือมาตรฐานที่ผู้เล่นใช้ในการฟาร์ม Astrite อย่างมีประสิทธิภาพ หากทำคะแนนได้ตามนี้ในทุกทีม คุณจะได้รับโบนัสสูงสุดตามโครงสร้างคะแนน มีตัวละคร Demo ให้เลือกใช้หากคุณขาดอาวุธที่เหมาะสม

สำหรับผู้เล่นที่กำลังเปิดหาตัวละครในตู้ 3.2 เพื่อจัดทีมเหล่านี้ เติมเงิน Wuthering Waves รับส่วนลด Astrite ราคาถูก ปี 2026 จะช่วยให้งบประมาณของคุณคุ้มค่าขึ้น


ทีมแนะนำในแต่ละรอบ

เก็บทีมที่แข็งแกร่งที่สุดไว้สำหรับรอบที่ 2 และ 3 หลังจากเคลียร์ศัตรูทั้งหมดแล้ว พวกมันจะเกิดใหม่พร้อม HP และพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้น รอบที่ 1 เป็นเพียงการวอร์มอัพ คะแนนของคุณจะถูกตัดสินในรอบที่ 2 และ 3

รอบที่ 1 — ทีมเปิดสนาม

  • Camellya + Roccia + Baizhi
  • Jinhsi + Yuanwu + Verina
  • Jiyan + Mortefi + Verina
  • Xiangli Yao + Yinlin + Baizhi

บัฟ Resonator ในเวอร์ชัน 3.2: Zhezhi และ Yinlin จะได้รับ DMG +20% และ Skill/Liberation DMG +30% เป็นเวลา 30 วินาทีหลังจากใช้ Liberation ส่วน Jinhsi, Changli, Jiyan และ Xiangli Yao จะได้รับ DMG +25% ทีมเหล่านี้ทำดาเมจได้รุนแรงกว่าที่เห็น

รอบที่ 2 — แรงกดดันระดับกลาง

  • Carlotta + Zhezhi + Shorekeeper
  • Changli + Brant + ตัวเลือกเสริม
  • Phoebe + Rover Spectro + ตัวเลือกเสริม
  • Galbrena + Lupa + Mornye
  • Phrolova + Cantarella + Shorekeeper

ทีม Carlotta + Zhezhi + Shorekeeper แข็งแกร่งมาก โดยบัฟของ Zhezhi ใน 3.2 (Skill/Liberation DMG +30% หลังใช้ Lib) เข้ากับจังหวะการทำดาเมจของ Carlotta ได้อย่างลงตัว ส่วน Shorekeeper ก็รับมือกับการฮีลที่ Impermanence Heron ต้องการได้ดี

รอบที่ 3 — ทีมที่ดีที่สุดของคุณ

  • Augusta + Iuno + Shorekeeper
  • Cartethyia + Ciaccona + Chisa
  • Aemeath + Lynae + Mornye
  • Luuk Herssen + Sanhua + Mornye
  • Sigrika + Qiuyuan + Shorekeeper

Aemeath + Lynae + Mornye คือทีม Tune Break ที่ดีที่สุด Lynae ช่วยรักษา Tune Strain, Mornye เร่งการสะสม Off-Tune และ Aemeath ทำดาเมจ Tune Rupture-Shifting ซึ่งบัฟ Tune Break Enhancement จะคูณดาเมจเพิ่มขึ้นถึง 200% ถือว่าเข้ากับกิมมิคของ Nameless Explorer และ Thundering Mephis ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Sigrika + Qiuyuan + Shorekeeper คือคำตอบสำหรับ Sigillum การสแปม Echo Skill จากทั้งสองตัวละครจะช่วยลด VSR ทุกๆ 2 วินาที ทำให้เกราะลดดาเมจ 25% ของบอสหายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ Shorekeeper คอยดูแลทุกคนให้ปลอดภัย

Wuthering Waves คู่มือทีม Sigrika และ Qiuyuan สำหรับบอส Sigillum


สิ่งที่ทำให้คุณเสียคะแนน

คะแนนต่ำมักไม่ได้เกิดจาก DPS ที่อ่อนแอ แต่เกิดจากความผิดพลาดด้านกลไก:

  • เลือกบัฟไม่ตรง: ทีม Echo Skill ไปใช้บัฟ Tune Break = เสียตัวคูณไปเปล่าๆ
  • พลาดจังหวะ Tune Break: คุณควรใช้ Liberation ในช่วงหรือหลัง Tune Break ทันที เพราะนั่นคือช่วงที่บัฟ Tune Rupture DMG 200% ทำงาน การใช้ในช่วงต่อสู้ปกติถือเป็นการเสียโอกาส
  • ละเลยการสะสม ATK ของ Mephis: ในรอบที่ 2 ขึ้นไป บัฟนี้จะทำให้การโจมตีรุนแรงขึ้นมาก Tune Break จะช่วยล้างบัฟนี้ ผู้เล่นที่ไม่สังเกตจะโดนดาเมจหนักจนนำไปสู่ปัญหา HP ลดลงแบบ Heron
  • ปล่อยให้ Tune Strain หายไปในด่าน Explorer: แม้จะหายไปแค่ 2–3 วินาที บัฟ ATK +50% ก็จะทำงาน การโดนโจมตีเพียงครั้งเดียวในช่วงนี้อาจทำให้ DPS ตัวบางๆ ตายได้ การใช้ Lynae และ Mornye เพื่อรักษา Strain จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการทำคะแนนสูง
  • ใช้ทีมเก่งเร็วเกินไป: นี่คือความผิดพลาดเชิงกลยุทธ์ที่พบบ่อยที่สุด ทีมในรอบที่ 1 มีไว้เพื่อลด HP บอส ส่วนรอบที่ 2–3 คือที่ที่ตัวคูณคะแนนทำงานและเป็นที่ที่คุณควรใช้ทีมที่ดีที่สุด

รายการตรวจสอบก่อนเริ่มสู้

  1. ตรวจสอบว่าบัฟ Power Circuit ตรงกับประเภทดาเมจของทีมคุณ
  2. ตรวจสอบการจัดสรรฮีลเลอร์ อย่าปล่อยให้ทีมไหนไม่มีตัวฮีล
  3. ทำความเข้าใจกิมมิคของบอสก่อนเข้าสู้ Sigillum ต้องสแปม Echo Skill, Explorer ต้องใช้ Tune Strain, Heron ต้องรักษา HP เหนือ 50%
  4. วางแผนใช้ Liberation ในช่วง Tune Break ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น
  5. ใช้ Resonator Demo สำหรับอาวุธหากอุปกรณ์ที่คุณมีไม่เพียงพอ

หากคุณกำลังปั้นทีมผ่านตู้ 3.2 อยู่ ซื้อ Genesis Crystals ของ Wuthering Waves จากเว็บเติมเงินที่ถูกที่สุด เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าก่อนที่คุณจะกดสุ่ม


สรุปกิมมิคบอส

บอสด่านกลไกสำคัญตัวละครที่แนะนำ
Thundering Mephis1VSR -10%; การทำให้เป็นอัมพาตจะล้างสถานะเพิ่มพลังโจมตีMornye, ตัวละครที่เข้าประชิดตัวได้เร็ว, ทีมที่เน้นการปัดป้อง (Parry)
Nameless Explorer2ATK +50% หากไม่มี Tune Strain; จุดอ่อนอยู่ที่เจ็ตแพ็คLuuk Herssen, Lynae, Mornye
Impermanence Heron3ลด HP สูงสุด 4%/วินาที; HP >50% = บอสได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น 10%Shorekeeper, Verina
Sigillum4ลดความเสียหาย 25%; สกิล Echo ช่วยลด VSRSigrika, Qiuyuan, Shorekeeper
Matrix Mimic5 (Singularity)ต้านทานทุกธาตุเท่ากัน; ตัวคูณคะแนน 1.1 เท่า; กำจัดได้จะได้รับสถานะอมตะ 15 วินาทีทีมที่ทำดาเมจดิบได้สูงสุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เกณฑ์คะแนนที่แน่นอนคือเท่าไหร่? Singularity Expansion: 12,000 / 16,000 / 21,000 / 37,000 / 58,000 ส่วน Stability Accords: 4,800 / 7,200 / 10,000 โดยระดับ 58,000 แต้มจะได้รับฉายา Matrix Ranger

สามารถเล่นซ้ำเพื่อทำคะแนนให้สูงขึ้นระหว่างสัปดาห์ได้ไหม? ยังไม่มีระบบเล่นซ้ำที่ยืนยันได้ โหมดนี้จะรีเซ็ตทุก 7 วันหลังอัปเดต 3.2 วางแผนลำดับทีมและการเลือกบัฟให้ดีก่อนเริ่ม

Phase 1 เริ่มเมื่อไหร่? อย่างเป็นทางการคือ 26 มีนาคม 2026 ถึง 30 เมษายน 2026 หากคุณอ่านบทความนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว โหมดนี้เปิดให้เล่นแล้ว

ถ้าไม่มีตัวละครที่แนะนำล่ะ? มี Resonator Demo พร้อมอาวุธที่เหมาะสมให้ใช้สำหรับตัวละครที่คุณไม่มี แม้จะไม่มี Waveband แต่ชุดสกิลพื้นฐานก็ครบถ้วน ในโหมด Stability Accords ทีมอย่าง Jiyan + Mortefi + Verina หรือ Jinhsi + Yuanwu + Verina ก็สามารถเคลียร์ได้สบายๆ โดยไม่ต้องใช้ตัวละคร Tune Break เฉพาะทาง

Tune Break จำเป็นสำหรับการทำคะแนนสูงไหม? ใน Stability Accords ไม่จำเป็น แต่ใน Singularity Expansion โดยเฉพาะกับ Nameless Explorer และ Thundering Mephis ในรอบที่ 2 ขึ้นไป จำเป็นมาก เพราะบัฟ Tune Rupture DMG 200% นั้นสูงเกินกว่าจะมองข้ามได้หากต้องการทำคะแนนระดับ 37,000+

ทำไมคะแนนถึงยังต่ำทั้งที่เคลียร์ได้? ส่วนใหญ่เกิดจาก: เลือกบัฟผิด, ลำดับการจัดทีมผิด หรือพลาดจังหวะทำดาเมจช่วง Tune Break ตรวจสอบทั้ง 3 ข้อนี้ก่อนจะโทษว่าไอดีของคุณมีปัญหา

มีโหมด Co-op ไหม? จากข้อมูลทางการ Endstate Matrix เป็นโหมดเล่นคนเดียว เช่นเดียวกับ Tower of Adversity และคอนเทนต์ช่วงท้ายเกมอื่นๆ ยังไม่มีการยืนยันระบบ Co-op


ระดับ 37,000 แต้มเป็นระดับที่สามารถทำได้ด้วยทีมที่แข็งแกร่งโดยไม่ต้องเป็นสายเปย์ ส่วนระดับ 58,000 แต้มเพื่อชิงฉายา Matrix Ranger คือความท้าทายที่แท้จริง และเสียงส่วนใหญ่จากชุมชนผู้เล่นเห็นตรงกันว่า การเข้าใจกลไกของเกมคือสิ่งที่แยกผู้เล่นที่เคลียร์ได้ออกจากผู้เล่นทั่วไป

แนะนำสินค้า

ข่าวแนะนำ

customer service