ทำความเข้าใจระยะเวลาการส่งมอบปกติ vs ปัญหาความล่าช้า
ระยะเวลาการส่งมอบ BIGO Diamonds จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและช่วงเวลา:
- ผู้ใช้งานในเอเชีย: เฉลี่ย 2-3 นาที
- ผู้ใช้งานในยุโรป/อเมริกา: 5-10 นาที
- ช่วงเวลาเร่งด่วน (18:00 - 23:00 น.): อาจล่าช้าเพิ่มขึ้น +20-30%
- ช่วงเวลาที่ไม่เร่งด่วน (02:00 - 06:00 น.): ต่ำกว่า 2 นาที
การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล (บัตร, e-wallets) จะใช้เวลาประมวลผล 2-5 นาที ส่วนการโอนเงินผ่านธนาคารต้องใช้เวลาตรวจสอบ 15-30 นาที การใช้งาน VPN อาจทำให้เกิดปัญหาในการส่งมอบ 10-20% เนื่องจากการกำหนดเส้นทางข้อมูลที่ซับซ้อน
การประมวลผลของเซิร์ฟเวอร์ vs ความล่าช้าในการแสดงผล
ปัญหาที่เกิดขึ้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท:
- การประมวลผลของเซิร์ฟเวอร์: การตรวจสอบการชำระเงินและการจัดสรรเพชรในระบบหลังบ้านของ BIGO
- ความล่าช้าในการแสดงผล: แอปพลิเคชันไม่ซิงค์ข้อมูลล่าสุดจากเซิร์ฟเวอร์
การรีเฟรชกระเป๋าเงินด้วยตนเองสามารถแก้ไขปัญหาการซิงค์ได้ถึง 50-95% ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่คุณควรทำในการแก้ไขปัญหา
กฎ 5 นาที
หากเพชรยังไม่ปรากฏภายใน 5 นาทีหลังจากยืนยันการชำระเงิน ให้เริ่มขั้นตอนการแก้ไขปัญหา ระยะเวลานี้ครอบคลุมความผันผวนปกติในการประมวลผลและช่วยป้องกันความล่าช้าที่นานเกินไป 95% ของกรณีปัญหาจะคลี่คลายภายใน 5 นาทีหากผู้ใช้ดำเนินการแก้ไขเบื้องต้นอย่างถูกวิธี
ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาภายใน 30 นาที
ระยะที่ 1 (0-5 นาที): รีเฟรชทันที
- รูดหน้าจอกระเป๋าเงินลงเพื่อรีเฟรช 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 60-90 วินาทีในแต่ละครั้ง
- สลับไปหน้าโปรไฟล์หรือหน้าไลฟ์ แล้วค่อยกลับมาที่หน้ากระเป๋าเงินหลังจากผ่านไป 30 วินาที
- ตรวจสอบประวัติการทำรายการในศูนย์เติมเงิน (Recharge Center) ว่าสถานะยังค้างอยู่หรือไม่
- รอให้ครบ 5 นาทีก่อนจะดำเนินการในขั้นต่อไป
ระยะที่ 2 (5-15 นาที): แก้ไขที่บัญชีและอุปกรณ์
- ปิดแอป BIGO Live แบบ Force-close (ปิดการทำงานทั้งหมด)
- รอ 30 วินาทีก่อนเปิดแอปใหม่อีกครั้ง
- สลับการใช้งานระหว่าง WiFi และอินเทอร์เน็ตมือถือ
- ล้างแคชของแอป (ดูวิธีการด้านล่าง)
การสลับเครือข่ายช่วยแก้ปัญหาการซิงค์ล้มเหลวได้ถึง 80% โดยการสร้างการเชื่อมต่อใหม่กับเซิร์ฟเวอร์
วิธีล้างแคชบน Android: การตั้งค่า > แอป > BIGO Live > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช

วิธีล้างแคชบน iOS: การตั้งค่า > ทั่วไป > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iPhone > BIGO Live > เอาแอปที่ไม่ได้ใช้ออก > ติดตั้งแอปอีกครั้ง
ระยะที่ 3 (15-25 นาที): การตรวจสอบขั้นสูง
- ยืนยันว่ามีการตัดเงินจากธนาคารหรือช่องทางการชำระเงินแล้ว
- หาหมายเลขรายการ (Transaction ID) ซึ่งเป็นรหัส 15-25 หลักจากการยืนยันการชำระเงิน
- ตรวจสอบว่า BIGO ID ตรงกับบัญชีของคุณ (ตัวเลข 8-12 หลัก เช่น 901216366)
- ตรวจสอบอีเมลยืนยันจาก BIGO หรือผู้ให้บริการชำระเงิน
การระบุ BIGO ID ผิดพลาดเป็นสาเหตุของปัญหาที่แก้ไม่ได้ถึง 40-70% ในระยะนี้
ระยะที่ 4 (25-30 นาที): การเตรียมเอกสารและแจ้งปัญหา
เตรียมข้อมูลเพื่อติดต่อฝ่ายสนับสนุน:
- แคปหน้าจอแสดงยอดเพชรปัจจุบัน
- แคปหลักฐานการชำระเงินที่มีหมายเลขรายการ (Transaction ID)
- จดหมายเลข BIGO ID ที่ถูกต้องและจำนวนเงินที่เติม
- ส่งคำร้อง: ฉัน > ข้อเสนอแนะ > ปัญหาการเติมเงิน พร้อมแนบเอกสารทั้งหมด
ฝ่ายสนับสนุนจะตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง และกรณีส่วนใหญ่จะได้รับการแก้ไขภายใน 24-48 ชั่วโมง
นาทีที่ 0-5: เทคนิคการรีเฟรชด่วน (แก้ปัญหาได้ 60% ของเคสทั้งหมด)
การรูดเพื่อรีเฟรช (Pull-to-Refresh)

รูดหน้าจอกระเป๋าเงินลงแรงๆ ค้างไว้ 1-2 วินาทีแล้วปล่อย ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง เว้นระยะ 60-90 วินาทีต่อครั้ง วิธีนี้จะบังคับให้แอปดึงข้อมูลยอดเงินล่าสุดจากเซิร์ฟเวอร์
ปิดและเปิดแอปใหม่ (Force Close)
iPhone X ขึ้นไป: รูดขึ้นจากด้านล่างหน้าจอ ค้างไว้ตรงกลาง แล้วปัดแอป BIGO Live ขึ้นเพื่อปิด Android: ไปที่แอปที่ใช้งานล่าสุด > ปัด BIGO ออก หรือไปที่ การตั้งค่า > แอป > BIGO Live > บังคับหยุด
รอ 30 วินาทีหลังจากปิดแอปก่อนจะเปิดใหม่อีกครั้ง
สลับไปดูเมนูอื่นๆ
ลองเข้าไปดูหน้าไลฟ์, โปรไฟล์ หรือสตรีมที่กำลังมาแรง โดยใช้เวลาในแต่ละหน้าประมาณ 15-20 วินาทีก่อนกลับมาที่กระเป๋าเงิน วิธีนี้จะกระตุ้นให้เกิดการซิงค์ข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์หลายครั้ง
ตรวจสอบประวัติการทำรายการ
เข้าสู่ศูนย์เติมเงินผ่านแถบ "ฉัน" ตรวจสอบสถานะว่าเป็น กำลังดำเนินการ (Processing), รอดำเนินการ (Pending), หรือ เสร็จสมบูรณ์ (Completed) หากสถานะคือ เสร็จสมบูรณ์ แต่เพชรไม่เข้า แสดงว่าเป็นปัญหาที่การซิงค์ข้อมูลการแสดงผล
นาทีที่ 5-15: การแก้ไขปัญหาในระดับบัญชี
ออกจากระบบและเข้าใหม่
ไปที่ ฉัน > การตั้งค่า > ออกจากระบบ รอ 30 วินาทีแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ รออีก 60-90 วินาทีเพื่อให้ระบบซิงค์ข้อมูลทั้งหมดก่อนตรวจสอบยอดเงิน วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการซิงค์ข้อมูลอย่างละเอียด
ล้างแคชของแอป
Android: การตั้งค่า > แอป > BIGO Live > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช (แก้ปัญหาบั๊กบน Android ได้ 70-80%) iOS: การตั้งค่า > ทั่วไป > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iPhone > BIGO Live > เอาแอปที่ไม่ได้ใช้ออก > ติดตั้งแอปอีกครั้ง (แก้ปัญหาบน iOS ได้ถึง 95%)
วิธีนี้จะไม่ทำให้ข้อมูลหาย—ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ, ประวัติการแชท และการตั้งค่าบัญชีจะยังคงอยู่
สลับเครือข่าย
ปิด WiFi แล้วใช้เน็ตมือถือ (หรือในทางกลับกัน) เพื่อบังคับให้สร้างการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ช่วยข้ามปัญหาการกำหนดเส้นทางหรือปัญหาแคช DNS ปัญหาเครือข่ายเป็นสาเหตุของความล่าช้าถึง 15-25%
หากปัญหายังไม่หาย ลองตั้งค่า DNS เป็น 8.8.8.8 (Google) หรือ 1.1.1.1 (Cloudflare)
รีสตาร์ทอุปกรณ์
ปิดเครื่องให้สนิท (ไม่ใช่แค่โหมดสลีป) รอ 30 วินาทีแล้วเปิดใหม่ เปิดแอป BIGO Live และรอ 2-3 นาทีเพื่อให้ระบบเริ่มต้นทำงานเต็มที่ก่อนเช็กยอดเงิน
นาทีที่ 15-25: การตรวจสอบขั้นสูง
ตรวจสอบการยืนยันการชำระเงิน
เช็กรายการเดินบัญชีธนาคาร ประวัติบัตร หรือ e-wallet ว่ามีการตัดเงินจริงหรือไม่ ยืนยันจำนวนเงิน เวลา และผู้รับ (ควรระบุว่าเป็น BIGO หรือแพลตฟอร์มเติมเงิน) หลักฐานการชำระเงินคือข้อพิสูจน์ว่าเงินออกจากบัญชีของคุณแล้ว
หากไม่มีการตัดเงิน แสดงว่ารายการล้มเหลว ให้ลองเติมเงินใหม่อีกครั้งแทนการแก้ไขปัญหา
ตรวจสอบหมายเลขคำสั่งซื้อ
เปรียบเทียบหมายเลขรายการ (Transaction ID 15-25 หลัก) จากหลักฐานการชำระเงินกับรายการในศูนย์เติมเงิน หากข้อมูลตรงกันแสดงว่า BIGO ได้รับการแจ้งเตือนการชำระเงินแล้ว
แพลตฟอร์มอย่าง เติมเพชร BIGO Live ผ่าน BitTopup ใช้การเชื่อมต่อ API โดยตรง ซึ่งช่วยขจัดปัญหานี้ได้
ตรวจสอบสถานะเซิร์ฟเวอร์
ค้นหาในฟอรัมชุมชนหรือโซเชียลมีเดียด้วยคำว่า BIGO diamonds not showing หรือ BIGO server down เพื่อดูว่าเป็นปัญหาในวงกว้างหรือไม่ การบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์ในบางภูมิภาคอาจทำให้เกิดความล่าช้าชั่วคราว
ยืนยัน BIGO ID ให้ถูกต้อง

เปิดแอป: ฉัน > ชื่อโปรไฟล์ BIGO ID จะเป็นรหัสตัวเลข 8-12 หลัก (เช่น 901216366) อยู่ใต้ชื่อที่แสดง เปรียบเทียบกับ ID ที่คุณกรอกตอนเติมเงิน
การกรอกผิดเพียงหลักเดียวจะทำให้เพชรไปเข้าบัญชีอื่น ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาในระยะที่ 3 ถึง 40-70%
นาทีที่ 25-30: การเตรียมตัวติดต่อฝ่ายสนับสนุน
เอกสารที่จำเป็น
รวบรวมข้อมูลก่อนติดต่อฝ่ายสนับสนุน:
- ใบเสร็จการชำระเงิน (จำนวนเงิน, วันที่, เวลา, หมายเลขยืนยัน)
- หมายเลขรายการ (Transaction ID 15-25 หลัก)
- BIGO ID ที่ตรวจสอบแล้ว (8-12 หลักจากโปรไฟล์)
เอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ภายใน 24 ชั่วโมง เทียบกับ 7-14 วันหากข้อมูลไม่ครบ
ข้อกำหนดในการแคปหน้าจอ
สิ่งที่ต้องแคป:
- ยอดเพชรปัจจุบันพร้อมเวลาที่แสดงบนหน้าจอ
- หลักฐานการชำระเงินที่มีหมายเลขรายการและจำนวนเงิน
- หน้าโปรไฟล์ที่เห็น BIGO ID (เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ)
- ประวัติการทำรายการจากศูนย์เติมเงิน
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นภาพหน้าจอเต็มจอและไม่มีการตัดต่อ
ช่องทางการติดต่อฝ่ายสนับสนุน
ในแอป (แนะนำ): ฉัน > ข้อเสนอแนะ > ปัญหาการเติมเงิน (ระบบจะรวมข้อมูลบัญชีให้โดยอัตโนมัติ) โทรศัพท์: +65 63519330 (เวลาทำการ GMT+8) อีเมล (สากล): feedback@bigo.tvอีเมล (สหรัฐฯ/แคนาดา): cs_bigoamerica@bigo.sg
ระยะเวลาการตอบกลับที่คาดหวัง
- การรับเรื่อง: ภายใน 24 ชั่วโมง
- การแก้ไขปัญหา: 24-48 ชั่วโมงสำหรับกรณีทั่วไป
- กรณีซับซ้อน: 7-14 วัน (60-80% ของกรณีอายัดยอดเงินจะได้รับการแก้ไขสำเร็จ)
- การอัปเดตสถานะ: ทุก 48-72 ชั่วโมงระหว่างการตรวจสอบที่ยืดเยื้อ
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ทำให้การส่งมอบล่าช้า
ระบุ BIGO ID ผิด
เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด ผู้ใช้มักสับสนระหว่าง BIGO ID กับเบอร์โทรศัพท์, ชื่อผู้ใช้ หรือ ID ของเพื่อน ควรใช้วิธีคัดลอกและวางจากโปรไฟล์เสมอ และตรวจสอบตัวเลขสามหลักแรกและสามหลักสุดท้ายอีกครั้งหลังวาง
เครือข่ายไม่เสถียรขณะทำรายการ
ความเร็วเน็ตที่ต่ำกว่า 1 Mbps อาจทำให้การส่งข้อมูลไม่สมบูรณ์—ชำระเงินสำเร็จแต่ข้อมูลยืนยันส่งไปไม่ถึง BIGO ควรตรวจสอบว่าเน็ตมีความเร็ว 5+ Mbps ก่อนเริ่มทำรายการ และห้ามสลับเครือข่ายหรือปิดแอปกลางคัน
ปิดแอปก่อนเซิร์ฟเวอร์ยืนยัน
ควรรอ 30 วินาทีหลังจากยืนยันการชำระเงินก่อนจะปิดแอป เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ตอบกลับการเติมเพชรได้สำเร็จ การปิดแอปเร็วเกินไปจะบังคับให้ระบบซิงค์ข้อมูลในการเปิดครั้งหน้า ซึ่งอาจล้มเหลวได้
พยายามเติมเงินซ้ำๆ ในเวลาอันสั้น
จะทำให้เกิดคิวรายการที่ค้างอยู่และต้องประมวลผลตามลำดับ ซึ่งจะเพิ่มเวลาการทำงานเป็นทวีคูณ หากการเติมเงินครั้งแรกยังไม่เข้าหลังจากผ่านไป 30 นาที ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุน—อย่าเพิ่งกดซื้อซ้ำ
ทำไม BitTopup ถึงรับประกันการส่งมอบที่เร็วกว่า
การเชื่อมต่อ API โดยตรง
BitTopup เชื่อมต่อ API โดยตรงกับระบบเติมเงินของ BIGO โดยไม่ผ่านตัวกลาง ช่วยให้เพชรเข้าบัญชีภายใน 2-3 นาทีไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใด ระบบอัตโนมัติจะตรวจจับและลองทำรายการใหม่ทันทีหากล้มเหลว
การตรวจสอบรายการตลอด 24 ชั่วโมง
มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและเร่งดำเนินการทันทีหากเกิดความล่าช้า ฝ่ายสนับสนุนจะติดต่อผู้ใช้เชิงรุกหากพบปัญหา ก่อนที่ลูกค้าจะสังเกตเห็นด้วยซ้ำ
รับประกันระยะเวลาการส่งมอบ
มีการชดเชยอัตโนมัติสำหรับความล่าช้าที่เกิดจากแพลตฟอร์ม ระบบจะพยายามส่งมอบผ่านเส้นทางข้อมูลสำรองหลายช่องทาง ทำให้มีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 99% รายการที่ล้มเหลวจะได้รับการคืนเงินอัตโนมัติภายใน 24 ชั่วโมง
การติดตามสถานะที่โปร่งใส
สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การตรวจสอบการชำระเงิน การสื่อสารกับ BIGO ไปจนถึงขั้นตอนการเติมเพชร ผู้ใช้จะเห็นสถานะที่ชัดเจนว่าอยู่ในขั้นตอนไหน
รายการตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหา
การตรวจสอบก่อนซื้อ
- คัดลอก BIGO ID โดยตรงจากโปรไฟล์
- เช็กความเร็วเน็ต (ควรมี 5+ Mbps)
- ตรวจสอบว่าแอป BIGO Live เป็นเวอร์ชัน 5.0 ขึ้นไป
- ยืนยันว่าบัญชีไม่มีการจำกัดการใช้งาน
ช่วงเวลาเติมเงินที่เหมาะสม
ควรเติมในช่วงเวลาที่ไม่เร่งด่วน (02:00 - 06:00 น.) เพื่อให้เพชรเข้าภายใน 2 นาที เทียบกับ 5-10 นาทีในช่วงเร่งด่วน (18:00 - 23:00 น.) และควรหลีกเลี่ยงช่วงที่มีกิจกรรมใหญ่ของ BIGO ซึ่งจะมีปริมาณการทำรายการสูงมาก
อัปเดตแอปอยู่เสมอ
เปิดการอัปเดตอัตโนมัติหรือเช็กทุกสัปดาห์ การอัปเดตมักรวมถึงการปรับปรุงระบบชำระเงิน สำหรับผู้ใช้ iOS ควรใช้ iOS 17 ขึ้นไปเพื่อความเสถียรสูงสุด
การเก็บเอกสารที่ดี
บันทึกข้อมูลทันที:
- อีเมลยืนยันพร้อมหมายเลขรายการ
- แคปหน้าจอเมื่อชำระเงินสำเร็จ
- บันทึกรายการจากแอปธนาคาร/การชำระเงิน
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ส่งคำร้องได้ทันที และลดเวลาการแก้ปัญหาจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
กรณีศึกษาจากผู้ใช้จริง
กรณีที่ 1: ปัญหาแคช (7 นาที) ผู้ใช้ในยุโรปเติม 210 เพชรในช่วงเวลาเร่งด่วนแล้วไม่เข้า ลองรีเฟรชตามระยะที่ 1 แล้วไม่ได้ผล จึงทำการล้างแคช Android (การตั้งค่า > แอป > BIGO Live > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช) เพชรปรากฏขึ้นภายใน 90 วินาทีหลังเปิดแอปใหม่
กรณีที่ 2: เซิร์ฟเวอร์ล่าช้า (12 นาที) ผู้ใช้ในเอเชียเติม 1,050 เพชรในช่วงเวลาปกติ ลองทำตามระยะที่ 1-2 (ออกจากระบบ/เข้าใหม่) แล้วยังไม่เข้า จึงลองสลับจาก WiFi เป็นเน็ตมือถือ เพชรเข้าภายใน 30 วินาที แสดงว่าเป็นปัญหาที่การเชื่อมต่อ WiFi
กรณีที่ 3: เติมผิดบัญชี (36 ชั่วโมง) ผู้ใช้ในอเมริกาเหนือเติม 525 เพชรและทำตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วไม่สำเร็จ การตรวจสอบในระยะที่ 3 พบว่ากรอกเลข BIGO ID สลับกัน ทำให้เพชรไปเข้าบัญชีอื่น หลังจากส่งเอกสารครบถ้วน ฝ่ายสนับสนุนได้โอนเพชรกลับมาให้ภายใน 36 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรโอนานแค่ไหนก่อนจะเริ่มแก้ไขปัญหา? ควรรอ 5 นาทีหลังจากยืนยันการชำระเงิน เนื่องจากระยะเวลาเฉลี่ยแต่ละภูมิภาคต่างกัน (เอเชีย 2-3 นาที, ยุโรป/อเมริกา 5-10 นาที) หากเกิน 5 นาทีแล้วเพชรยังไม่เข้า ให้เริ่มขั้นตอนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
การล้างแคชจะทำให้เพชรหายไหม? ไม่หาย การล้างแคชจะลบเฉพาะไฟล์ชั่วคราวเท่านั้น ยอดเพชร ประวัติแชท ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ และการตั้งค่าจะยังอยู่ครบถ้วน วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาบั๊กได้ถึง 70-95% โดยไม่มีข้อมูลสูญหาย
ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้างในการติดต่อฝ่ายสนับสนุน? ใบเสร็จการชำระเงิน (จำนวนเงิน, วันที่), หมายเลขรายการ (Transaction ID 15-25 หลัก) และ BIGO ID ที่ถูกต้อง (8-12 หลัก) พร้อมภาพหน้าจอยอดเงินปัจจุบันและประวัติการทำรายการ เอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยให้จบเคสได้ใน 24 ชั่วโมง
ขอคืนเงินได้ไหม? ได้ หลังจากมีการตรวจสอบอย่างละเอียด หากทำตามขั้นตอนแก้ไขปัญหา 30 นาทีแล้วยังไม่ได้ผล ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนผ่านเมนู ข้อเสนอแนะ > ปัญหาการเติมเงิน หรืออีเมล feedback@bigo.tv พร้อมแนบเอกสารให้ครบถ้วน ส่วนใหญ่จะได้รับการแก้ไขโดยการเติมเพชรให้ แต่หากเป็นกรณีอายัดยอดเงินอาจใช้เวลา 7-14 วัน
ทำไมระยะเวลาการส่งมอบถึงไม่เท่ากัน? ขึ้นอยู่กับภาระของเซิร์ฟเวอร์, ช่องทางการชำระเงิน และคุณภาพเครือข่าย ช่วงเวลาไม่เร่งด่วน (02:00 - 06:00 น.) จะเร็วที่สุด (ต่ำกว่า 2 นาที) การโอนผ่านธนาคารจะช้ากว่าดิจิทัลวอลเล็ต และการใช้ VPN อาจทำให้ล่าช้าเพิ่มขึ้น 10-20%
การออกจากระบบแล้วเข้าใหม่ปลอดภัยไหม? ปลอดภัยแน่นอน ยอดเพชรถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ BIGO ไม่ได้เก็บไว้ในเครื่อง การออกจากระบบไม่สามารถทำให้เพชรหายได้ และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการบังคับให้แอปซิงค์ข้อมูลใหม่
หลีกเลี่ยงปัญหาการเติมเงิน—เติมผ่าน BitTopup เพื่อรับประกันเพชรเข้าทันที พร้อมฝ่ายสนับสนุนดูแล 24 ชั่วโมง และระบบที่เชื่อถือได้ รับเพชรได้ในไม่กี่วินาที!


















