BitTopup Logohow to top-up in bittopup
ค้นหา

กลโกงการเติมเงิน Poppo Live ปี 2026: คู่มือปกป้องเหรียญของคุณ

กลโกงการเติมเงินเพื่อถอนเงินของ Poppo Live มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ด้วยการเรียกเก็บ **ค่าธรรมเนียมการฝึกอบรม** ปลอมจำนวน $20-50 และเพิ่มสูงขึ้นถึง $200 โดยอ้างเท็จว่าการเติมเงินจะช่วยปลดล็อกการถอนเงินหรือค่าคอมมิชชันของเอเจนซี่ มิจฉาชีพใช้ประโยชน์จากระดับเอเจนซี่ เช่น S Tier (คะแนน 150 ล้านต่อเดือน, ค่าคอมมิชชัน 20-50%) และสร้างข้อความแจ้งเตือน Error 1006/1001 ปลอมขึ้นมา ทั้งนี้ การถอนเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องการเพียง 100,000 คะแนน (ขั้นต่ำ $10) ภายในวันอาทิตย์เวลา 23:59 UTC+8 ผ่าน USDT TRC20 หรือการโอนเงินผ่านธนาคาร โดยไม่ต้องมีการเติมเงินเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้แต่ง: BitTopup เผยแพร่เมื่อ: 2026/02/06

ทำความเข้าใจกลโกง 'เติมเงินเพื่อถอนเงิน' (Recharge to Withdraw)

กลโกงภารกิจเติมเงินเพื่อถอนเงินคืออะไร?

มิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ Poppo Live โดยอ้างว่าผู้ใช้ต้องทำ ภารกิจฝึกอบรม หรือ เติมเงินเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนจึงจะสามารถเข้าถึงเหรียญที่มีอยู่ได้ โดยเริ่มจากการเรียกเก็บเงินจำนวน $20-50 และจะเพิ่มขึ้นเป็น $100 จนถึง $200+ พร้อมเหตุผลที่กุขึ้นมา เช่น ค่าธรรมเนียมภาษี หรือ การยืนยันระดับ VIP

พวกเขามักนำเงื่อนไขจริงของเอเจนซี่มาบิดเบือน เช่น ระดับ S Tier ต้องทำคะแนนให้ได้ 150 ล้านแต้มต่อเดือนเพื่อรับค่าคอมมิชชัน Live 20% / Match 50% หรือระดับ C Tier ต้องมี 2-10 ล้านแต้มเพื่อรับค่าคอมมิชชัน 8% โดยมิจฉาชีพจะนำเงื่อนไขจริงเหล่านี้มาผสมโรงกับการเรียกเก็บเงินปลอม

ใน 30% ของกรณีที่พบ มักมีการส่งข้อความแจ้งเตือนปลอมว่า Error 1006 หรือ Error 1001 เพื่อสร้างสถานการณ์ฉุกเฉินทางเทคนิค สำหรับการซื้อเหรียญที่ปลอดภัยและปราศจากการฉ้อโกง แพลตฟอร์มอย่าง BitTopup มีบริการธุรกรรมที่ผ่านการตรวจสอบแล้วพร้อมการคุ้มครองผู้ซื้อ

ทำไมผู้ใช้ถึงตกเป็นเป้าหมายหลักในปี 2026

ระบบการแปลงค่าที่ซับซ้อนของ Poppo (10,000 แต้ม = $1 USD, 10,000 เหรียญ = 7,000 แต้ม) ทำให้ผู้ใช้สับสนเรื่องมูลค่า ด้วยราคาเหรียญ 430,000 เหรียญที่ประมาณ $50 USD (หรือ 458,000 เหรียญเมื่อรวมโบนัส 6.5%) มิจฉาชีพจึงใช้ความซับซ้อนในการคำนวณนี้มาหลอกลวง

ข้อกำหนดการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในเดือนมกราคม 2025 และข้อกำหนดความเร็วอินเทอร์เน็ต 1 Mbps ในวันที่ 28 กันยายน 2025 กลายเป็นจุดที่มิจฉาใช้อ้างในการยืนยันตัวตนปลอม นอกจากนี้ เงื่อนไขของเอเจนซี่ (ต้องมีโฮสต์ที่แอคทีฟ 10 คนขึ้นไป, ไลฟ์ 1 ชั่วโมงต่อวัน/10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ยังถูกนำมาใช้กดดันผู้ใช้ด้วยข้ออ้างเรื่อง การปฏิบัติตามกฎ ที่เป็นของปลอม

วิธีการติดต่อเริ่มแรก

มิจฉาชีพใช้ 3 ช่องทางหลัก:

  • ส่งข้อความโดยตรง (DM) โดยแอบอ้างเป็นฝ่ายบริการลูกค้า
  • ข้อเสนอรับสมัครเอเจนซี่ปลอม
  • ใช้บัญชีที่ถูกแฮ็กส่งข้อความสแปมจำนวนมาก

พวกเขามักจะอ้างอิง User ID เฉพาะ (เลข 7-10 หลัก เช่น 63101690) และฟีเจอร์ที่มีอยู่จริง เช่น การยืนยันตัวตน KYC ระดับ 5 (บัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุเกิน 6 เดือน, เอกสารยืนยันที่อยู่ไม่เกิน 90 วัน, ระยะเวลาอนุมัติ 3-5 วัน) เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

เจาะลึกขั้นตอนการหลอกลวง

ระยะที่ 1: การเข้าหา

มิจฉาชีพจะระบุเป้าหมายที่มียอดคงเหลือจำนวนมาก และส่งข้อความทำนองว่า "เหรียญ 430,000 ของคุณมีสิทธิ์ถอนได้แล้ว" หรือ "คุณผ่านเงื่อนไข 150 ล้านแต้มของ S Tier แล้ว" พวกเขาจะอ้างกลไกจริง เช่น โฮสต์ได้รับส่วนแบ่ง 70% จากเหรียญของขวัญ และค่าธรรมเนียมธุรกรรม 15% เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ ก่อนจะเริ่มการหลอกลวง

พวกเขาจะอ้างว่าเป็นตัวแทนจาก "แผนกตรวจสอบ" ที่ไม่มีอยู่จริง และสร้างความเร่งด่วนโดยอ้างอิงกำหนดเวลาจริงคือวันอาทิตย์ 23:59 (UTC+8)

ระยะที่ 2: การสร้างความไว้วางใจปลอม

มิจฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ที่เลียนแบบบัญชีทางการ และพูดถึงวิธีการถอนเงินที่ถูกต้อง เช่น USDT TRC20 (ดำเนินการใน 15 นาที, ค่าธรรมเนียม 1-3% หรือ $1-5) เทียบกับการโอนเงินผ่านธนาคาร (3-7 วัน, ค่าธรรมเนียม 2-4% หรือ $5-15) ข้อมูลที่ถูกต้องเหล่านี้ถูกใช้เพื่อปกปิดการเรียกรับเงินที่ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงเวอร์ชันแอป (2.9.6 ขึ้นไป) และส่ง รหัสยืนยัน ปลอมที่ดูเหมือนเป็นทางการ

ระยะที่ 3: การสร้างความเร่งด่วน

มีการกุเส้นตายขึ้นมา เช่น "เหลือเวลาอีก 24 ชั่วโมง" หรือ "ค่าคอมมิชชันจะหมดอายุใน 48 ชั่วโมง" พวกเขาใช้ประโยชน์จากระยะเวลาแจ้งลาออกของเอเจนซี่ (30-60 วัน) มาอ้างว่าต้องทำการ เปิดใช้งานใหม่ ทันทีเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์

ข้อความ Error 1006/1001 ปลอมจะระบุว่าระบบถูกบล็อกทางเทคนิคจนกว่าจะมีการ เติมเงินเพื่อยืนยัน นอกจากนี้ยังบิดเบือนความเสี่ยงเรื่องการดึงเงินคืน (Chargeback) ที่อาจทำให้ถูกระงับบัญชี 24-48 ชั่วโมง หรือแบน 14 วัน มาเป็นเหตุผลในการเรียกเก็บเงิน

ระยะที่ 4: การเรียกรับเงิน

เริ่มจากการขอให้จ่าย $20-50 เป็นค่า ยืนยันการฝึกอบรม ซึ่งสอดคล้องกับราคาแพ็กเกจจริง (430,000 เหรียญ = $50) หลังจากจ่ายแล้ว ข้อเรียกร้องใหม่จะตามมา เช่น $100 สำหรับ ภาระภาษี และ $200 สำหรับ การอนุมัติขั้นสุดท้าย

พวกเขายังใช้เงื่อนไขการถอนขั้นต่ำ 100,000 แต้ม ($10) มาอ้างว่าผู้ใช้ต้องเติมเงินให้ ยอดตรงกัน ก่อน และมักอ้างว่าผู้ใช้ได้รับ ส่วนลดที่น่าสงสัย (อ้างอิงจากสถิติว่าส่วนลดเกิน 30% มีโอกาสเป็นกลโกงถึง 80%) จึงต้องเติมเงินเพื่อยืนยันตัวตน

ตัวอย่างสคริปต์ที่มิจฉาชีพใช้ (กรณีปี 2026)

ตัวอย่างที่ 1: การล็อกด้วยข้ออ้าง 'อัปเกรดระบบ'

**สคริปต์:**User ID [หมายเลข], การอัปเกรดระบบวันที่ 15 มกราคม 2025 กำหนดให้ต้องยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า การถอนเงินถูกล็อก โปรดเติมเงิน 430,000 เหรียญ ($50) เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ นี่เป็นข้อกำหนดบังคับ ต้องดำเนินการภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะถูกจำกัดสิทธิ์ถาวร

จุดสังเกต: แม้การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าจะเป็นเรื่องจริงตั้งแต่ปี 2025 แต่ไม่มีการเรียกเก็บเงินเพื่อยืนยัน การยืนยันตัวตนที่ถูกต้องต้องทำผ่านเมนู "การตั้งค่า" (Settings) ในแอปเท่านั้น ไม่ใช่ผ่านการซื้อเหรียญ

ตัวอย่างที่ 2: การเรียกยืนยัน 'VIP Verification'

**สคริปต์:**ยินดีด้วย! คุณได้รับสิทธิ์ S Tier ด้วยคะแนน 150 ล้านแต้ม เปิดใช้งานค่าคอมมิชชัน Live 20% / Match 50% ด้วยการเติมเงินยืนยัน $100 ค่าธรรมเนียมการฝึกอบรมนี้เพื่อยืนยันความตั้งใจของคุณ ยอดถอนแรกจะรวมเงินคืนและรายได้ทั้งหมด ดำเนินการก่อนวันอาทิตย์ 23:59 UTC+8

จุดสังเกต: นำเงื่อนไข S Tier ของจริงมาใช้ แต่เพิ่ม ค่าธรรมเนียมการฝึกอบรม ปลอมเข้าไป การเข้าร่วมเอเจนซี่ที่ถูกต้องพิจารณาจากชั่วโมงไลฟ์ (1 ชม./วัน หรือ 10 ชม./สัปดาห์) และจำนวนโฮสต์ ไม่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า

ตัวอย่างที่ 3: กลโกง 'ชำระภาษี'

**สคริปต์:**การถอนเงิน 1 ล้านแต้ม ($100) อยู่ในระหว่างดำเนินการ Error 1006: ต้องชำระภาษีให้เรียบร้อยก่อน ตามกฎระเบียบต้องชำระภาษีล่วงหน้า 20% สำหรับการถอนเกิน 5 แสนแต้ม โปรดเติมเงิน $20 เพื่อยืนยันภาษี ระบบจะดำเนินการใน 15 นาทีผ่าน USDT TRC20

จุดสังเกต: Error 1006 ไม่มีอยู่จริง แม้ USDT TRC20 จะใช้เวลา 15 นาทีจริง แต่ค่าธรรมเนียมจะถูกหักจากยอดถอนโดยอัตโนมัติ ไม่มีการเรียกเก็บแยกต่างหากล่วงหน้า

รูปแบบสคริปต์ที่พบบ่อย

ทุกสคริปต์จะอ้างอิงฟีเจอร์จริง (ยืนยันใบหน้า, S Tier, การถอน USDT) ก่อนจะเข้าเรื่องหลอกลวง โดยสร้างความเร่งด่วนปลอมๆ เรียกเก็บเงินในจำนวนที่ตรงกับแพ็กเกจจริง สัญญาว่าจะแก้ไขให้ทันที และที่สำคัญที่สุดคือ ให้จ่ายเงินผ่านการเติมเงิน แทนที่จะหักจากยอดที่มีอยู่

12 จุดสังเกตอันตราย (Red Flags)

สัญญาณเตือนด้านภาษา

การใช้คำที่แปลกประหลาด เช่น "ดำเนินการเติมเงินยืนยันตัวตนให้เสร็จสิ้น" แทนที่จะเป็นคำที่เป็นทางการอย่าง "เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้นผ่าน การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี" นอกจากนี้ยังมีการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ที่ผิดปกติ การคำนวณเหรียญ/แต้มที่สลับกัน และการใช้คำที่สร้างความตื่นตระหนกเกินเหตุ (ด่วนที่สุด, คำเตือนสุดท้าย)

การแจ้งเตือนที่ถูกต้องจะใช้ภาษาที่เป็นทางการและไม่ข่มขู่ให้ตกใจ

ช่วงเวลาที่น่าสงสัย

หากได้รับข้อความทันทีหลังจากซื้อเหรียญ แสดงว่ามิจฉาชีพกำลังเฝ้าดูอยู่ การมีตัวนับเวลาถอยหลังหรืออ้างว่า "มีจำนวนจำกัด" คือสัญญาณของการหลอกลวง การทำ KYC จริงใช้เวลา 3-5 วัน ไม่มีการส่งข้อความ "ต้องยืนยันทันที" แบบปัจจุบันทันด่วน

เส้นตายวันอาทิตย์ 23:59 UTC+8 นั้นมีจริง แต่หากพลาดไปก็แค่รอรอบสัปดาห์ถัดไป ไม่มีการ "จำกัดสิทธิ์ถาวร"

ช่องทางการติดต่อที่ไม่เป็นทางการ

การติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องจะเกิดขึ้นภายในแอปเท่านั้น ข้อความส่วนตัวที่อ้างว่าเป็น "ฝ่ายบริการลูกค้า" คือของปลอม การขอให้ย้ายไปคุยในแพลตฟอร์มภายนอก (แอปแชทอื่นๆ, อีเมล) คือสัญญาณอันตราย

ลิงก์ชำระเงินภายนอกหรือ QR Code คือการหลอกลวง การซื้อที่ถูกต้องต้องทำผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตอย่าง BitTopup เท่านั้น

คำสัญญาที่เกินจริง

การ "รับประกันค่าคอมมิชชัน" หรือ "รายได้ที่ปราศจากความเสี่ยง" ขัดแย้งกับโครงสร้างเอเจนซี่จริง ระดับ S Tier ให้ส่วนแบ่งตามผลงาน ไม่ใช่การการันตี

คำสัญญาว่าจะ "คืนค่าธรรมเนียมพร้อมรายได้" หรือ "เติมเงินหนึ่งเท่าได้สองเท่า" คือการหลอกลวง ข้อเสนอที่มีส่วนลดเกิน 30% มีโอกาสเป็นกลโกงสูงถึง 80%

ขั้นตอนการถอนเงินที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

กระบวนการอย่างเป็นทางการ

เงื่อนไข:

  • ขั้นต่ำ 100,000 แต้ม ($10 USD)
  • เข้าผ่านเมนู โปรไฟล์ (Profile) > ถอนเงิน (Withdraw)

หน้าจอการถอนเงินของแอป Poppo Live แสดงเมนูโปรไฟล์ > ถอนเงิน พร้อมตัวเลือก USDT TRC20 และการโอนเงินผ่านธนาคาร

  • เลือก USDT TRC20 (15 นาที, ค่าธรรมเนียม 1-3% หรือ $1-5) หรือโอนผ่านธนาคาร (3-7 วัน, ค่าธรรมเนียม 2-4% หรือ $5-15)
  • ส่งคำขอภายในวันอาทิตย์ 23:59 UTC+8 สำหรับรอบปัจจุบัน

การทำ KYC ระดับ 5 (บัตรประชาชนยังไม่หมดอายุเกิน 6 เดือน, เอกสารที่อยู่ไม่เกิน 90 วัน) จะขยายอายุเหรียญจาก 3 เดือนเป็น 12 เดือน การอนุมัติใช้เวลา 3-5 วัน ผ่านเมนู การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี > การยืนยันตัวตน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

หน้าจอการตั้งค่า Poppo Live > ความปลอดภัยของบัญชี > การยืนยันตัวตน สำหรับขั้นตอน KYC ระดับ 5

ข้อกำหนดจริง vs ข้ออ้างปลอม

ของจริง:

  • ขั้นต่ำ 100,000 แต้ม
  • KYC ระดับ 5 เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ (ไม่บังคับ)
  • เส้นตายวันอาทิตย์ 23:59 UTC+8
  • แอปเวอร์ชัน 2.9.6 ขึ้นไป
  • ช่องทางรับเงินที่ถูกต้อง

ข้ออ้างปลอม:

ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดการถอนเงินจริงของ Poppo Live กับข้ออ้างปลอมที่พบบ่อย

  • ค่าธรรมเนียมการฝึกอบรม ($20-50)
  • การเติมเงินเพื่อยืนยันตัวตน
  • การชำระภาษีล่วงหน้า
  • เงินมัดจำเอเจนซี่
  • ค่าธรรมเนียมอัปเกรดระบบ

ข้อแตกต่างที่สำคัญ: การถอนเงินที่ถูกต้องจะไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม ค่าธรรมเนียมทั้งหมดจะถูกหักจากยอดเงินโดยอัตโนมัติ

ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขที่แท้จริง

USDT TRC20: 1-3% หรือ $1-5 คงที่ การโอนผ่านธนาคาร: 2-4% หรือ $5-15 คงที่ ค่าธรรมเนียมจะแสดงชัดเจนระหว่างการถอนและคำนวณโดยอัตโนมัติ

การแปลงค่า: 10,000 เหรียญ = 7,000 แต้ม และ 10,000 แต้ม = $1 USD ดังนั้น 430,000 เหรียญ = 301,000 แต้ม = $30.10 USD

แผนภูมิแสดงอัตราการแปลงค่าของ Poppo Live: จากเหรียญเป็นแต้ม และจากแต้มเป็น USD

ค่าคอมมิชชันเอเจนซี่ (S Tier 20-50%, C Tier 8%) จะสะสมเป็นแต้ม ซึ่งถอนได้ผ่านเมนู โปรไฟล์ > ถอนเงิน ตามปกติ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมพิเศษ

อายุเหรียญ: มาตรฐาน 3 เดือน, KYC ระดับ 5 อยู่ได้ 12 เดือน การขยายเวลาต้องการเพียงการทำ KYC ให้เสร็จสิ้น ไม่ต้องจ่ายเงิน

เมื่อไหร่ที่ Poppo จะติดต่อคุณจริงๆ

เหตุผลที่ถูกต้อง: อัปเดตสถานะ KYC (หลัง 3-5 วัน), การเปลี่ยนแปลงนโยบาย (เช่น การยืนยันใบหน้าปี 2025), หรือการตอบกลับเมื่อผู้ใช้แจ้งปัญหาเข้าไปเอง

การติดต่อจะมาในรูปแบบการแจ้งเตือนในแอป ไม่ใช่ผ่านบัญชีส่วนตัว ข้อมูลจะชัดเจนและไม่มีการเรียกเก็บเงินทันทีหรือขู่ระงับบัญชี

การแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจะอ้างอิงกิจกรรมที่ตรวจสอบได้ เช่น "KYC ระดับ 5 ที่ส่งเมื่อ [วันที่] ได้รับการอนุมัติแล้ว" หรือ "ต้องยืนยันใบหน้าภายในเดือนมกราคม 2025—เปิดใช้งานผ่าน การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี"

เจ้าหน้าที่จะไม่ขอข้อมูลส่วนตัวที่เคยให้ไว้แล้ว และการอัปเดตความปลอดภัยจะแนะนำให้ไปที่เมนูทางการเสมอ: "เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้นผ่าน การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี"

9 กลยุทธ์ความปลอดภัยที่สำคัญ

การตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี

เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA): การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี > การยืนยันตัวตนสองชั้น

เปลี่ยนรหัสผ่านสม่ำเสมอ: การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี > เปลี่ยนรหัสผ่าน ใช้รหัสที่คาดเดายากและไม่ซ้ำกับแพลตฟอร์มอื่น

ตรวจสอบเซสชันที่ใช้งานอยู่ และล็อกเอาต์ออกจากอุปกรณ์ที่ไม่คุ้นเคย ตรวจสอบสถานที่และเวลาการเข้าสู่ระบบเพื่อหาความผิดปกติ

เปิดใช้งานการควบคุมความเป็นส่วนตัวเพื่อจำกัดการติดต่อโดยตรง จำกัดข้อความเฉพาะจากบัญชีที่ยืนยันแล้ว และตั้งค่าการกรองข้อความโปรโมชัน

การตรวจสอบข้อความ

ตรวจสอบเครื่องหมายยืนยันตัวตน (Badge) ของผู้ส่ง เปรียบเทียบเนื้อหากับประกาศทางการ

ทดสอบความรู้ของผู้ส่งด้วยคำถามเฉพาะเจาะจง ขอข้อมูลผ่านช่องทางทางการเท่านั้น ไม่ใช่แชทส่วนตัว

อย่าคลิกลิงก์ที่ส่งมาในข้อความโดยไม่ได้ร้องขอ เข้าเมนูถอนเงินด้วยตัวเองผ่าน แอป > โปรไฟล์ > ถอนเงิน

วิธีการเติมเงินที่ปลอดภัย

ใช้แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตอย่าง BitTopup ซึ่งมีความปลอดภัยและมีการคุ้มครองผู้ซื้อ แพลตฟอร์มที่ถูกต้องจะไม่เรียกเก็บ "เงินยืนยันตัวตน" เพิ่มเติมจากราคาแพ็กเกจที่ระบุไว้

ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม: HTTPS, รีวิวจากผู้ใช้, การได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ราคาที่ถูกต้องคือ 430,000 เหรียญ = $50 หรือ 458,000 เหรียญพร้อมโบนัส 6.5%

เก็บหลักฐานการทำธุรกรรมไว้เสมอ (ใบเสร็จ, การยืนยัน, ID) หลีกเลี่ยงส่วนลดที่เกิน 30% (ซึ่งมีโอกาสโกงถึง 80%)

การควบคุมความเป็นส่วนตัว

ซ่อนยอดเหรียญ ประวัติธุรกรรม และบันทึกกิจกรรมจากสาธารณะ เพื่อลดการตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ

จัดการเอเจนซี่ผ่าน การตั้งค่า > เข้าร่วมเอเจนซี่ หากไม่ได้เข้าร่วมให้กดออก: การตั้งค่า > เข้าร่วมเอเจนซี่ > ออกจากเอเจนซี่ (ต้องแจ้งล่วงหน้า 30-60 วัน)

ยกเลิกการอนุญาตแอปที่ไม่จำเป็น และตรวจสอบการเชื่อมต่อกับบุคคลที่สาม

หลีกเลี่ยงการพูดถึงยอดเงินหรือแผนการถอนเงินระหว่างการไลฟ์

หากคุณตกเป็นเป้าหมายแล้ว

การดำเนินการทันที (ภายใน 24 ชั่วโมงแรก)

ติดต่อผู้ให้บริการชำระเงินเพื่อขอเงินคืน (Chargeback) ซึ่งมีโอกาสสำเร็จ 70% หากทำภายใน 60-90 วัน พร้อมยื่นหลักฐานธุรกรรม

เปลี่ยนรหัสผ่านทันที: การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี > เปลี่ยนรหัสผ่าน และเปิดใช้งาน 2FA

เก็บหลักฐานการโต้ตอบทั้งหมดก่อนจะถูกลบ—แคปหน้าจอแชท, โปรไฟล์ผู้ส่ง, เวลาที่ติดต่อ, ยอดเงินที่เรียกเก็บ และข้อความ Error ปลอม

ตรวจสอบบัญชีว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เช่น ช่องทางรับเงิน, การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว หรือการเชื่อมต่อการชำระเงิน

การรวบรวมหลักฐาน

รวบรวมภาพหน้าจอข้อความที่แสดง User ID ของมิจฉาชีพ (7-10 หลัก), โปรไฟล์ และบทสนทนาทั้งหมด

รวบรวมหลักฐานการเงิน—การยืนยันการชำระเงิน, รายการเดินบัญชีธนาคาร, ใบเสร็จการเติมเงิน

บันทึกลำดับเหตุการณ์: การติดต่อครั้งแรก, การจ่ายเงิน, และเมื่อรู้ตัวว่าถูกโกง เวลาที่แม่นยำจะช่วยในการสืบสวนได้มาก

บันทึกการติดต่อภายนอกหากมีการย้ายไปคุยในแพลตฟอร์มอื่น

การรายงานอย่างเป็นทางการ

รายงานผ่านโปรไฟล์ของมิจฉาชีพ > ฟังก์ชันรายงาน > การฉ้อโกง (Fraud) / การแอบอ้างตัวตน (Impersonation) พร้อมแนบหลักฐาน

ส่งคำร้องขอความช่วยเหลือ (Support Ticket): การตั้งค่า > ความช่วยเหลือและสนับสนุน ระบุ User ID ของมิจฉาชีพ, รายละเอียดของคุณ, ลำดับเหตุการณ์ และหลักฐาน

หมายเหตุ: การทำ Chargeback อาจทำให้บัญชีถูกระงับ 24-48 ชั่วโมง หรือเสี่ยงต่อการถูกแบน 14 วัน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนว่าการดึงเงินคืนนั้นมุ่งเป้าไปที่การเรียกเก็บเงินของมิจฉาชีพ ไม่ใช่ธุรกรรมที่ถูกต้อง

ติดตามสถานะทุกๆ 3-5 วัน

การกู้คืนบัญชี

เตรียมข้อมูลการลงทะเบียน, ประวัติธุรกรรมเก่า และเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ

ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยโดยละเอียด เพื่อระบุการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้รับอนุญาต ติดตามการเข้าสู่ระบบที่น่าสงสัย และอาจช่วยยกเลิกธุรกรรมที่ฉ้อโกงได้

พิจารณาจำกัดการถอนเงินชั่วคราวระหว่างการสืบสวน

สร้างระบบความปลอดภัยใหม่: รหัสผ่านใหม่, 2FA, ล็อกเอาต์ทุกเซสชัน, ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวสูงสุด และตรวจสอบเอเจนซี่

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเชื่อที่ 1: ต้องเติมเงินเพื่อเข้าถึงการถอนเงินระดับ VIP

ไม่จริง การยืนยันตัวตนระดับ 5 ช่วยขยายอายุเหรียญ (12 เดือน vs 3 เดือน) แต่ใช้เพียงการยืนยันเอกสารเท่านั้น ไม่มีการจ่ายเงิน ระดับ VIP ไม่ได้เป็นตัวควบคุมการเข้าถึงการถอนเงิน

ผู้ใช้ทุกคนที่มีแต้มครบ 100,000 แต้ม ($10) สามารถถอนเงินได้โดยไม่จำกัดระดับ ระดับ 5 เป็นเพียงการเพิ่มฟีเจอร์เสริมเท่านั้น

ส่วนแบ่ง 20-50% ของ S Tier ขึ้นอยู่กับผลงาน 150 ล้านแต้มต่อเดือน ไม่ใช่การซื้อสถานะ VIP

ความเชื่อที่ 2: บัญชีจะถูกล็อกหากไม่มีความเคลื่อนไหว

ไม่จริง Poppo ไม่มีการลงโทษการหยุดใช้งานด้วยการจำกัดการถอนเงิน ผลกระทบเดียวคืออายุเหรียญ (3 เดือนปกติ, 12 เดือนสำหรับระดับ 5)

คุณสามารถถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ก่อนเหรียญหมดอายุ เส้นตายวันอาทิตย์ 23:59 UTC+8 มีผลเฉพาะรอบการจ่ายเงิน ไม่ใช่สถานะบัญชี หากพลาดกำหนดก็แค่เลื่อนไปสัปดาห์หน้าโดยไม่มีค่าปรับ

เงื่อนไขกิจกรรมเอเจนซี่ (1 ชม./วัน หรือ 10 ชม./สัปดาห์) มีผลต่อสิทธิ์รับค่าคอมมิชชัน ไม่ใช่การถอนเงิน คุณสามารถออกจากเอเจนซี่ได้ที่ การตั้งค่า > เข้าร่วมเอเจนซี่ > ออกจากเอเจนซี่ (แจ้งล่วงหน้า 30-60 วัน) โดยไม่เสียแต้มที่มีอยู่

ความเชื่อที่ 3: ฝ่ายบริการลูกค้าใช้แชทส่วนตัว

ไม่จริง ฝ่ายสนับสนุนที่ถูกต้องจะไม่เริ่มทักแชทส่วนตัวหาผู้ใช้ก่อน การติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการทั้งหมดจะทำผ่านเมนู การตั้งค่า > ความช่วยเหลือและสนับสนุน ในแอปเท่านั้น

ข้อความที่อ้างว่าเป็น "ฝ่ายบริการลูกค้า" จากโปรไฟล์ทั่วไปคือการหลอกลวง 100%

ความจริงเกี่ยวกับขีดจำกัดการถอนเงิน

เงื่อนไขเดียวคือ: ขั้นต่ำ 100,000 แต้ม ($10) ไม่มีการจำกัดยอดถอนสูงสุดสำหรับบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้ว คุณสามารถถอนยอดทั้งหมดได้หากต้องการ

อัตราการแปลงคงที่: 10,000 เหรียญ = 7,000 แต้ม = $0.70 USD ดังนั้น 430,000 เหรียญ = 301,000 แต้ม = $30.10

ค่าคอมมิชชันเอเจนซี่ (S Tier 20-50%, C Tier 8%) จะสะสมเป็นแต้มและถอนผ่านเมนู โปรไฟล์ > ถอนเงิน ตามปกติ ไม่มีค่าธรรมเนียมพิเศษแอบแฝง

การสร้างภูมิคุ้มกันต่อกลโกงในระยะยาว

การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์

ใช้หลักการ "ตรวจสอบก่อน เชื่อทีหลัง" ก่อนจะตอบสนองต่อข้อความเรื่องการถอนเงิน ให้ตรวจสอบผ่านประกาศทางการในแอปด้วยตัวเอง

รู้เท่าทันการปั่นหัว: การสร้างความเร่งด่วน (เส้นตาย 24 ชั่วโมง), การอ้างอำนาจ (แผนกตรวจสอบ), และการสร้างความกลัว (ระงับบัญชีถาวร) ให้หยุดคิดเมื่อข้อความกระตุ้นอารมณ์เหล่านี้

ระแวง "โอกาสพิเศษ" ที่ดูดีเกินจริง ระดับเอเจนซี่ที่ถูกต้องวัดจากตัวเลขที่จับต้องได้ (150 ล้านแต้มสำหรับ S Tier) ไม่ใช่การสุ่มเลือก

ตรวจสอบข้ออ้างกับเอกสารคู่มือ ค้นหา Error 1006/1001 ในแหล่งข้อมูลทางการ หากไม่พบ แสดงว่าเป็นกลโกง

การสร้างความตระหนักในชุมชน

แบ่งปันคำเตือนเรื่องกลโกงในกลุ่มผู้ใช้ที่ถูกต้อง บันทึกกลยุทธ์ใหม่ๆ และเตือนผู้อื่น

รายงานรูปแบบการโกงให้ช่องทางทางการทราบแม้คุณจะไม่ตกเป็นเหยื่อเองก็ตาม ความช่างสังเกตของคุณช่วยปกป้องผู้อื่นได้

แชร์จุดสังเกตที่ชัดเจน เช่น "การเรียกเติมเงินเพราะ Error 1006 คือการหลอกลวง—โค้ดนี้ไม่มีจริง" แทนที่จะเตือนกว้างๆ ว่า "ระวังโดนโกง"

หลีกเลี่ยงการแพร่กระจายข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ให้ยึดตามกลยุทธ์ที่มีหลักฐานและนโยบายที่ยืนยันแล้วเท่านั้น

รายการตรวจสอบความปลอดภัยรายเดือน

ความปลอดภัยของบัญชี:

  • ตรวจสอบว่าเปิดใช้งาน 2FA แล้ว
  • เปลี่ยนรหัสผ่าน
  • ตรวจสอบเซสชันที่ใช้งานอยู่ ล็อกเอาต์อุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  • เช็กการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
  • ตรวจสอบการเชื่อมต่อแอปบุคคลที่สาม

การตรวจสอบธุรกรรม:

  • ตรวจสอบประวัติการทำรายการ
  • ยืนยันว่ายอดซื้อเหรียญตรงกับหลักฐาน
  • ตรวจสอบว่าช่องทางรับเงินถอนไม่ถูกเปลี่ยน
  • เช็กยอดแต้ม (10,000 เหรียญ = 7,000 แต้ม)
  • บันทึกความผิดปกติที่พบ

การตรวจสอบเอเจนซี่:

  • ตรวจสอบสถานะผ่าน การตั้งค่า > เข้าร่วมเอเจนซี่
  • ยืนยันว่าสังกัดเอเจนซี่ที่รู้จัก
  • ตรวจสอบว่าค่าคอมมิชชันตรงตามระดับ (S: 20-50%, C: 8%)
  • ตรวจสอบชั่วโมงไลฟ์ (1 ชม./วัน หรือ 10 ชม./สัปดาห์)
  • แจ้งลาออกหากพบว่าถูกดึงเข้าสังกัดโดยไม่ได้รับอนุญาต

อัปเดตแพลตฟอร์ม:

  • อ่านประกาศทางการ
  • ตรวจสอบเวอร์ชันแอป (2.9.6 ขึ้นไป)
  • เปิดใช้งานฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ๆ
  • แยกแยะระหว่างการอัปเดตจริงกับข้ออ้างของมิจฉาชีพ

การติดตามกลโกงในปี 2026

ติดตามประกาศความปลอดภัยอย่างเป็นทางการและชุมชนที่เชื่อถือได้ เมื่อฟีเจอร์เปลี่ยนไป (เช่น การยืนยันใบหน้าปี 2025 หรือข้อกำหนดอินเทอร์เน็ต) มิจฉาชีพจะปรับเปลี่ยนสคริปต์ตาม

ระวังกลโกงที่แฝงมากับการพัฒนาใหม่ๆ เมื่อ Poppo เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ มิจฉาชีพจะรีบนำมาใส่ในข้อความหลอกลวงทันที

จำหลักการพื้นฐานไว้เสมอ: กลโกงทุกรูปแบบจะเรียกเก็บเงินเพิ่มเพื่อเข้าถึงเงินที่มีอยู่ รูปแบบหลักนี้จะยังคงอยู่ไม่ว่าจะเปลี่ยนวิธีพูดอย่างไร

แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตอย่าง BitTopup จะพัฒนาระบบความปลอดภัยเพื่อรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ เสมอ ทั้งระบบตรวจจับการฉ้อโกง การประมวลผลที่ปลอดภัย และการคุ้มครองผู้ซื้อ เพื่อป้องกันเหตุการณ์หลอกลวงเหล่านี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กลโกง 'เติมเงินเพื่อถอนเงิน' คืออะไร? คือการที่มิจฉาชีพเรียกเก็บเงิน $20-50 (และอาจเพิ่มถึง $200) โดยอ้างว่าต้องเติมเงินเพื่อปลดล็อกการถอนเงินหรือค่าคอมมิชชัน ในความเป็นจริง การถอนเงินต้องการเพียงแต้มขั้นต่ำ 100,000 แต้ม ($10) และไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม ค่าธรรมเนียมจะถูกหักจากยอดถอนโดยอัตโนมัติ

จะแยกแยะข้อความถอนเงินปลอมได้อย่างไร? ข้อความปลอมจะบังคับให้เติมเงินก่อนถอน อ้างถึง Error ที่ไม่มีจริง (1006, 1001) ส่งมาจากบัญชีส่วนตัวไม่ใช่ช่องทางทางการ สร้างความเร่งด่วนภายใน 24-48 ชั่วโมง และสัญญาว่าจะได้เงินคืนแน่นอน การติดต่อที่ถูกต้องจะอยู่ในแอปและแนะนำให้ไปที่เมนูการตั้งค่าเท่านั้น

Poppo กำหนดให้ต้องเติมเงินก่อนถอนเงินหรือไม่? ไม่ต้อง เพียงแค่มีแต้มขั้นต่ำ 100,000 แต้ม ($10) และส่งคำขอภายในวันอาทิตย์ 23:59 UTC+8 ค่าธรรมเนียม (1-3% สำหรับ USDT, 2-4% สำหรับธนาคาร) จะหักจากยอดถอน ไม่มีการจ่ายแยกต่างหาก การเรียกเก็บเงินใดๆ คือการหลอกลวง

ถ้ามีคนบอกให้เติมเงินเพื่อปลดล็อกเหรียญควรทำอย่างไร? อย่าทำตามเด็ดขาด ให้แคปหน้าจอแชท บล็อกผู้ส่ง และรายงานผ่านช่องทางทางการ เปลี่ยนรหัสผ่าน (การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี) และเปิดใช้งาน 2FA หากจ่ายเงินไปแล้ว ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อทำเรื่องดึงเงินคืนทันที

สามารถกู้คืนเหรียญหลังจากถูกโกงได้ไหม? การทำ Chargeback มีโอกาสสำเร็จ 70% หากทำภายใน 60-90 วัน ให้ติดต่อผู้ให้บริการชำระเงินพร้อมหลักฐาน หมายเหตุ: บัญชีอาจถูกระงับชั่วคราว 24-48 ชั่วโมง และควรรายงานต่อฝ่ายสนับสนุนของ Poppo พร้อมหลักฐานทั้งหมดควบคู่กันไปด้วย

จะตรวจสอบข้อความทางการได้อย่างไร? การติดต่ออย่างเป็นทางการจะมาในแอปเท่านั้น ไม่ใช่จากบัญชีส่วนตัว ตรวจสอบผ่านเมนูในแอป: โปรไฟล์ > ถอนเงิน สำหรับเรื่องเงิน หรือ การตั้งค่า > ความปลอดภัยของบัญชี สำหรับเรื่องความปลอดภัย หากไม่แน่ใจ ให้ติดต่อผ่านเมนู การตั้งค่า > ความช่วยเหลือและสนับสนุน


ปกป้องประสบการณ์ Poppo Live ของคุณด้วยการเติมเงินที่ปลอดภัย BitTopup ให้บริการซื้อเหรียญที่ปลอดภัยพร้อมการตรวจสอบธุรกรรมและการคุ้มครองผู้ซื้อ อย่าหลงเชื่อกลโกง—เลือกใช้ BitTopup เพื่อรับเหรียญ Poppo Live ของแท้ในราคาคุ้มค่า พร้อมการจัดส่งที่รวดเร็วและบริการที่เป็นเลิศ

แนะนำสินค้า

ข่าวแนะนำ

customer service