ภาพรวม Pure Fiction 3.8: ความแตกต่างในรอบนี้
Pure Fiction จะรีเซ็ตในวันที่ 5 มกราคม 2026 เวลา 16:00 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ รายชื่อศัตรูประกอบด้วย: Lordly Trashcan, Everwinter Shadewalker, Lesser Sting, Ichor Memosprite (Winged Serpent/Pheasant), Sableclaw Wolftrooper, Eclipse Wolftrooper, Borisin Warhead Hoolay, Blacktide Decrepit Bow, Mara-Struck Warden/Soldier, Blaze Out of Space และ Abundant Ebon Deer
ศัตรูที่มีค่าความทนทาน (Toughness) สูงและแพ้ธาตุไฟ ทำให้ตัวทำดาเมจสาย Break Effect มีประสิทธิภาพมากกว่าสายคริติคอล (CRIT) อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ Borisin Warhead Hoolay ที่ต้องใช้ดาเมจ Break แบบหมู่ (AoE) อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การโจมตีเป้าหมายเดี่ยวแบบรุนแรงในครั้งเดียว
เติมเงิน Honkai Star Rail ที่ BitTopup เพื่อราคาที่คุ้มค่าและรับ Stellar Jade ได้ทันที
กลไกบัฟใหม่และการวิเคราะห์ศัตรู
เวอร์ชัน 3.8 เน้นการเสริมพลัง Break Effect ผ่านการประสานงานของตัวละคร การจัดทีมที่เหมาะสมของ Firefly จะมอบดาเมจ Super Break สูงถึง 200% ต่อเทิร์น พร้อมการเร่งแอ็กชัน 100%, โบนัสความเร็ว 60, เพิ่ม Break Effect 50% และเพิ่มดาเมจ Break ที่ศัตรูได้รับอีก 20%
จุดอ่อนธาตุไฟครอบคลุมศัตรูเกือบทั้งหมด Borisin Warhead Hoolay จำเป็นต้องได้รับการลดค่าความทนทานอย่างต่อเนื่องในทุกเฟส ส่วน Lordly Trashcan รูปแบบต่างๆ ต้องการการ Break หมู่ที่รวดเร็ว Ichor Memosprite มักปรากฏตัวเป็นกลุ่มและมีความทนทานปานกลาง ขณะที่พวก Mara-Struck จะมีความทนทานสูงแต่ HP ต่ำ
เกณฑ์การทำคะแนน
การเก็บ 12/12 ดาวจำเป็นต้องผ่านด่านทั้งหมดภายในจำนวนรอบ (Cycle) ที่กำหนด ผู้เล่นสายฟรี (F2P) สามารถทำอัตราการผ่านด่านได้สูงถึง 85-95% หากทำค่า Break Effect ได้ 360% และความเร็ว 162 สำหรับตัวทำดาเมจหลัก ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่ายกว่ารอบก่อนๆ ที่ต้องใช้ Light Cone ระดับพรีเมียมหรือการปลดกลุ่มดาว (Eidolon) สูงๆ
การทำคะแนนจะให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของเทิร์นมากกว่าดาเมจดิบ ดังนั้นค่าสถานะรอง (Substat) ความเร็วและกลไกการเร่งแอ็กชันจึงมีความสำคัญมาก
ตัวทำดาเมจลำดับความสำคัญที่ 1: Firefly

Firefly จะกลับมาในเฟส 1 (16 ธันวาคม 2025 ถึง 7 มกราคม 2026) เธอเป็นตัวละคร 5 ดาว สายทำลายล้าง ธาตุไฟ เน้นดาเมจ Break
ค่าสถานะพื้นฐานเลเวล 80: ATK 679, DEF 606, HP 1086, ความเร็ว 96, พลังงาน 130
สกิลต่อสู้เสริมพลัง: 0.2×BE+200% ATK แก่เป้าหมายหลัก, 0.1×BE+100% แก่เป้าหมายข้างเคียง (จำกัดที่ 360% BE)
ชุดสกิลหลัก
สกิลต่อสู้เสริมพลังจะเปลี่ยนค่า Break Effect เป็นตัวคูณดาเมจ ท่าไม้ตายจะช่วยให้ใช้สกิลต่อสู้เสริมพลังได้พร้อมเร่งแอ็กชันทันที เพดาน BE อยู่ที่ 360% เพื่อป้องกันการลดทอนประสิทธิภาพ (diminishing returns) ดังนั้นเมื่อถึงเกณฑ์แล้วให้เน้นไปที่ความเร็วและค่าสถานะป้องกันแทน
พรสวรรค์ช่วยมอบโบนัสดาเมจลดความทนทาน ทำให้ Break ศัตรูได้เร็วกว่าตัวทำดาเมจตัวอื่น การประสานงานกับซัพพอร์ตสาย Super Break จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีแบบทวีคูณ
การจัดบิลด์ที่เหมาะสม
Light Cone: ใช้ประจำตัวหรือทางเลือก 4 ดาวสาย Break Effect เน้นโบนัส BE% มากกว่า ATK พื้นฐาน การฟื้นฟูพลังงานจะช่วยลดช่วงเวลาที่ท่าไม้ตายใช้งานไม่ได้
Relic:
- Iron Cavalry 4 ชิ้น: +16% BE, เมิน DEF 10% เมื่อทำ Super Break

- Thief 4 ชิ้น (ทางเลือก): +3 พลังงานเมื่อทำการ Break
- Forge of Kalpagni Lantern 2 ชิ้น: +6% ความเร็ว, +40% BE เมื่อสู้กับศัตรูแพ้ไฟ (1 เทิร์น)
- Talia Kingdom 2 ชิ้น: +16-36% BE
ค่าสถานะหลัก:
- เสื้อ: Break Effect หรือ DEF%
- รองเท้า: ความเร็ว (บังคับ 145+)
- ลูกแก้ว: โบนัสดาเมจไฟ หรือ Break Effect
- สร้อย: Break Effect หรือ อัตราการฟื้นฟูพลังงาน
ลำดับความสำคัญสถานะรอง: ความเร็วให้ถึง 145+ → Break Effect ให้ถึง 360% → DEF% หลีกเลี่ยงค่าสถานะคริติคอล
การอัป Trace และ Eidolon
อัปสกิลต่อสู้เสริมพลังก่อน ตามด้วยท่าไม้ตาย และพรสวรรค์
E0 ก็สามารถทำอัตราผ่านด่านสายฟรีได้ 85-95% ดังนั้น Eidolon จึงเป็นทางเลือก E1 ช่วยเรื่องการฟื้นฟูพลังงาน E2 ช่วยเพิ่มเพดานดาเมจให้สูงขึ้น
การจัดทีม
ทีมที่ดีที่สุด: Firefly + Dahlia + ตัวเอกประสาน + Gallagher

- Dahlia: เพิ่ม BE ให้เพื่อนร่วมทีม 50%, ดีบัฟลด DEF 18%
- ตัวเอกประสาน: เปิดใช้งาน Super Break, บัฟ BE
- Gallagher: สายฟื้นฟูที่ประสานงานกับ BE ได้ดี
ตัวเลือกอื่น: ใช้ Fugue แทนตัวเอกประสาน (เพื่อการ Break ต่อเนื่อง), ใช้ Lingsha แทน Gallagher (เพื่อการฮีลเชิงรุก)
ตัวทำดาเมจลำดับความสำคัญที่ 2: The Dahlia
ตัวละคร 5 ดาว สายลบล้าง ธาตุไฟ ซัพพอร์ตสาย Break เปิดตัวในเฟส 1 พร้อมกับ Firefly
สกิลต่อสู้: Withering Garden นาน 3 เทิร์น, ดาเมจไฟ 160% ATK, เพิ่ม BE ให้เพื่อนร่วมทีม 50%
ท่าไม้ตาย: ดาเมจไฟหมู่ 300% ATK, ติดดีบัฟ Wilt 4 เทิร์น (ลด DEF 18%)
ซื้อ HSR Oneiric Shards ที่ BitTopup เพื่อสุ่มหา Light Cone พร้อมการส่งมอบที่รวดเร็ว
ทำไม Dahlia ถึงส่งเสริม Firefly ได้ดี
บัฟ BE 50% ช่วยขยายดาเมจของ Firefly การลด DEF ช่วยเพิ่มดาเมจให้ทั้งทีม ธาตุไฟช่วยเจาะจุดอ่อนศัตรูใน 3.8 ได้ดี Withering Garden คงอยู่ 3 เทิร์นทำให้ซัพพอร์ต BE ได้อย่างต่อเนื่อง
สายลบล้างทำให้เธอใช้ Light Cone และ Relic ที่เน้นดีบัฟได้ เกิดการเสริมพลังที่ทั้งสองตัวละครต่างช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน
บิลด์ฉบับสมบูรณ์
Never Forget Her Flame (5 ดาวประจำตัว):
- เลเวล 80: ATK 529, HP 1164, DEF 463
- 60-120% BE, เพิ่มดาเมจ Break 32-72% เมื่อเข้าสู่การต่อสู้
- ฟื้นฟู 1 แต้มสกิลเมื่อทำการเจาะจุดอ่อน (รีเซ็ตเมื่อใช้ท่าไม้ตาย)
การฟื้นฟูแต้มสกิลช่วยแก้ปัญหาเรื่องการบริหารเทิร์น การเพิ่มดาเมจ Break ส่งผลต่อสมาชิกทุกคนในทีม
Relic:
- Iron Cavalry 4 ชิ้น (เน้น Super Break)
- Watchmaker 4 ชิ้น (ทางเลือก เพิ่ม BE ให้ทีม 30%)
- Forge of Kalpagni Lantern 2 ชิ้น (สำหรับสถานการณ์ศัตรูแพ้ไฟ)
- Talia Kingdom 2 ชิ้น (BE ทั่วไป)
ตั้งเป้าที่ BE 360% และความเร็ว 145+ ส่วนสถานะรอง ATK% เป็นความสำคัญลำดับถัดมา
ความต้องการทรัพยากร
ใช้วัสดุเลื่อนขั้นตัวละคร 5 ดาวมาตรฐาน เน้นฟาร์ม Calyx สำหรับ XP ตัวละคร จากนั้นจึงฟาร์ม Cavern of Corrosion สำหรับ Relic วัสดุอัป Trace ธาตุไฟจะใช้ร่วมกับ Firefly
ทีมที่เหมาะสมที่สุด
ทีมระดับพรีเมียม: Dahlia + Firefly + Fugue + Lingsha
ทีมประหยัด: Dahlia + Firefly + ตัวเอกประสาน + Gallagher
ทั้งสองทีมยังคงรักษาหัวใจสำคัญของการประสานงานสาย BE ไว้ได้
การเปรียบเทียบแบบตัวต่อตัว

Firefly และ Dahlia เป็นตัวละครที่ส่งเสริมกัน ไม่ใช่คู่แข่งกัน Firefly มอบดาเมจส่วนตัวที่สูงกว่า ส่วน Dahlia ทำหน้าที่เป็นตัวคูณพลังผ่านบัฟของทีม
Firefly ตัวเดียวสามารถผ่านด่านได้เร็วกว่าด้วยดาเมจ Break หมู่ที่เหนือกว่า ส่วน Dahlia ต้องการทีมสนับสนุนแต่ช่วยให้เพดานดาเมจของทีมสูงขึ้น
การวิเคราะห์จำนวนรอบ (Cycle)
ใช้ทั้งคู่ร่วมกัน: 6-8 รอบต่อด่าน เพื่อเก็บ 12/12 ดาว
Firefly เดี่ยว: 8-10 รอบ พร้อมซัพพอร์ตที่เหมาะสม
เน้น Dahlia โดยไม่มี Firefly: ค่อนข้างยากที่จะเก็บ 12 ดาวที่ E0
ลำดับการเล่น (Rotation) ที่เหมาะสม:
- ใช้เทคนิคของ Dahlia เข้าสู่การต่อสู้
- Firefly ใช้ท่าไม้ตาย → สกิลต่อสู้เสริมพลัง
- Dahlia ใช้ท่าไม้ตาย (ลด DEF)
- Fugue โจมตีต่อเนื่องเพื่อกระตุ้น Super Break
- ใช้สกิลต่อสู้เสริมพลังซ้ำ
- เติมบัฟก่อนเริ่มเวฟถัดไป
การโจมตีหมู่ (AoE) เทียบกับเป้าหมายเดี่ยว
สกิลต่อสู้เสริมพลังของ Firefly มอบการโจมตีหมู่ที่ยอดเยี่ยม (เป้าหมายหลัก + ข้างเคียง) ท่าไม้ตายของ Dahlia โจมตีหมู่ทั้งหมดแต่มีคูลดาวน์นานกว่า
เมื่อเจอกับเวฟ Ichor Memosprite ทาง Firefly จะเคลียร์ได้เร็วกว่า 2-3 รอบ ส่วนการลด DEF ของ Dahlia จะช่วยเพิ่มดาเมจทีมได้ 18-25%
Borisin Warhead Hoolay เหมาะกับการ Break ต่อเนื่องซึ่งเป็นจุดแข็งของ Firefly เมื่อรวมกันทั้งคู่จะสร้างสภาวะที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการบอส
ประสิทธิภาพของทรัพยากร
Firefly: คุ้มค่าที่สุดสำหรับสายฟรี อัตราผ่านด่าน 85-95% ที่ E0 พร้อม Light Cone 4 ดาว
Dahlia: จำเป็นต้องมี Never Forget Her Flame เพื่อดึงศักยภาพสูงสุด แต่มีค่ามากในทีมที่หลากหลายนอกเหนือจาก Pure Fiction
กลยุทธ์รายด่าน
จัดทีม Firefly-Dahlia ไว้ในครึ่งที่มี Borisin Warhead Hoolay และศัตรูที่มีค่าความทนทานสูง
ด่าน 1-2: ครึ่งแรก
Lordly Trashcan, Everwinter Shadewalker, Lesser Sting ที่มีความทนทานปานกลาง จุดนี้มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับตัวทำดาเมจรอง
หากใช้ Firefly-Dahlia ที่นี่ ให้ตั้งเป้าเคลียร์ภายใน 3 รอบ การใช้เทคนิคของ Dahlia จะช่วยมอบบัฟ BE ได้ทันที
ด่าน 3-4: ครึ่งหลัง
Borisin Warhead Hoolay, Sableclaw Wolftrooper, Eclipse Wolftrooper ที่มีความทนทานสูง จำเป็นต้องใช้แกนหลัก Firefly-Dahlia
ลำดับการเล่น:
- เทคนิค Dahlia (บัฟ BE)
- Firefly ท่าไม้ตาย → สกิลต่อสู้เสริมพลังใส่เป้าหมายหลัก
- Dahlia ท่าไม้ตาย (หมู่ + ดีบัฟ Wilt)
- Fugue โจมตีต่อเนื่อง (Super Break ต่อเนื่อง)
- ใช้สกิลต่อสู้เสริมพลังจนกว่าจะ Break
- เติมบัฟก่อนเริ่มเวฟถัดไป
วิธีนี้จะรักษาบัฟได้ตลอดเวลา และใช้สกิลต่อสู้เสริมพลังได้สูงสุดผ่านการฟื้นฟูแต้มสกิล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เน้น ATK% มากเกินไป: Firefly และ Dahlia ต้องการ BE 360% ก่อนที่ ATK% จะมีความสำคัญ BE คือสิ่งที่ต้องเน้นเป็นอันดับแรก
การปรับความเร็วผิดพลาด: รักษาความเร็ว 145+ สำหรับตัวทำดาเมจทั้งคู่เพื่อให้ลำดับเทิร์นคงที่ ปรับความเร็วตัวซัพพอร์ตเพื่อให้ลำดับการบัฟถูกต้อง
การบริหารแต้มสกิลพลาด: การฟื้นฟูแต้มสกิลของ Never Forget Her Flame กำหนดให้ Dahlia ต้องทำการเจาะจุดอ่อน ดังนั้นการเลือกเป้าหมายที่ถูกต้องจึงสำคัญมาก
ทางเลือกสำหรับสายฟรีและงบประหยัด
ผู้เล่นที่ไม่มี Firefly หรือ Dahlia สามารถเก็บได้ 10-11 ดาวด้วยตัวทำดาเมจสาย Break ตัวอื่น แต่การจะเก็บ 12/12 ดาวให้ได้สม่ำเสมอนั้น จำเป็นต้องมีตัวทำดาเมจ Super Break ระดับพรีเมียมอย่างน้อยหนึ่งตัว
ตัวเลือก 4 ดาว
ไม่มีตัวทำดาเมจ 4 ดาวตัวไหนที่มีตัวคูณ Super Break เพียงพอจะแทนที่ Firefly หรือ Dahlia ในเวอร์ชัน 3.8 ได้ อย่างไรก็ตาม ตัวซัพพอร์ต 4 ดาว (Gallagher, ตัวเอกประสาน) ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น
สายฟรีควรให้ความสำคัญกับ Firefly ในเฟส 1 ส่วนตู้เปิดตัวของ Dahlia จะมีการการันตีผ่านระบบ Pity
การลงทุนขั้นต่ำ
Firefly E0 พร้อม Light Cone 4 ดาว สามารถเก็บ 12/12 ดาวได้ที่ BE 360% และความเร็ว 162 ซึ่งต้องใช้เวลาฟาร์ม Relic ประมาณ 3-4 สัปดาห์
Dahlia ต้องการ Never Forget Her Flame เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ก็สามารถใช้งานร่วมกับของ 4 ดาวได้โดยประสิทธิภาพจะลดลง E1 ช่วยเพิ่มการเมิน DEF 15% ในท่าไม้ตาย E2 ช่วยยืดเวลา Withering Garden อีก 1 เทิร์นพร้อม +20% BE
การประสานงานของซัพพอร์ต
ตัวเอกประสานเป็นตัวเปิดใช้งาน Super Break ที่ขาดไม่ได้ Gallagher ช่วยเรื่องการยืนระยะพร้อมการช่วย Break
ตัวบัฟที่สำคัญ
บัฟ BE 50% และดีบัฟลด DEF 18% ของ Dahlia ทำให้เธอเป็นซัพพอร์ตชั้นยอดสำหรับ Firefly ส่วน Fugue จะช่วยเพิ่มการ Break ต่อเนื่องเพื่อกระตุ้น Super Break เพิ่มเติม
Relic Watchmaker 4 ชิ้นบนตัวซัพพอร์ตจะมอบ BE +30% ให้ทั้งทีม ช่วยให้ตัวทำดาเมจถึงเกณฑ์ 360% ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งสถานะรองมากนัก
ตัวเลือกสายฟื้นฟู (Sustain)
Gallagher: มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับทีม Break และเป็นตัว 4 ดาวที่เข้าถึงง่าย
Lingsha: การฮีลที่เหนือกว่า ช่วย Break เพิ่มเติม เป็นทางเลือกระดับพรีเมียม
สายโล่ทำงานได้ไม่ดีนักในรอบนี้ เพราะระบบเอื้อให้กับการฮีลมากกว่าการกางโล่
การปรับความเร็ว (Speed Tuning)
ซัพพอร์ตบัฟเฟอร์: ความเร็ว 145-150 (ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของตัวทำดาเมจ)
สายฟื้นฟู: ความเร็ว 120-130 (การฮีลไม่จำเป็นต้องมีลำดับเทิร์นที่แม่นยำนัก)
การเร่งแอ็กชันของ Firefly ทำให้ลำดับเทิร์นเปลี่ยนไปมาได้ ให้ตั้งเป้าพื้นฐานที่ 145+ แล้วปรับตามการทดสอบจริง
การวางแผนทรัพยากร
การปั้นทั้งคู่ต้องใช้ Trailblaze Power มหาศาล ให้ความสำคัญกับการเลื่อนขั้นตัวละครเพื่อปลดล็อกเลเวลก่อน แล้วจึงไปฟาร์ม Relic
การจัดสรร Trailblaze Power
60% ต่อวันใช้ฟาร์ม Relic เมื่อตัวละครเลเวล 80 และอัป Trace เต็มแล้ว ดันเจี้ยน Iron Cavalry เหมาะที่สุดสำหรับทั้งคู่
40% สำหรับบอสรายสัปดาห์, XP ตัวละคร และ XP Light Cone
เส้นทางการเลื่อนขั้น
วัสดุธาตุไฟใช้ร่วมกัน ให้ความสำคัญกับการเลื่อนขั้น Firefly ก่อน (เพราะดาเมจส่วนตัวสูงกว่า) ตามด้วย Dahlia ก่อนจะไปมองเรื่อง Eidolon
วัสดุอัป Trace ใช้เส้นทางคล้ายกัน การฟาร์มจำนวนมากในคราวเดียวจะคุ้มค่ากว่า
ประสิทธิภาพการฟาร์ม
Never Forget Her Flame: เป็นการยกระดับพลังที่มากที่สุดสำหรับ Dahlia และเป็นการลงทุน Light Cone ที่สำคัญที่สุด
Firefly: ใช้งานของ 4 ดาวแทนได้เพียงพอ
การฟาร์ม Relic: ตั้งเป้า Iron Cavalry 4 ชิ้น โดยมีสถานะหลักเป็น BE (เสื้อ/สร้อย) และความเร็ว (รองเท้า) สามารถใช้เซ็ต 2 ชิ้นชั่วคราวได้ เพราะเกณฑ์ BE สำคัญกว่าโบนัสเซ็ตในช่วงแรก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ
ความเข้าใจผิดที่ 1: ต้องมี E6 ถึงจะเคลียร์ได้สมบูรณ์
ไม่จริง ผู้เล่นสายฟรีสามารถเคลียร์ได้ 85-95% ที่ E0 หากบิลด์ตัวละครถูกต้อง Eidolon ช่วยให้เล่นง่ายขึ้นแต่ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับ
Firefly E0 ที่มี BE 360% และความเร็ว 162 มีอัตราการเคลียร์เท่ากับ E2 ที่สถานะไม่ถึงเกณฑ์ การฟาร์ม Relic และการจัดทีมสำคัญกว่ามาก
ความเข้าใจผิดที่ 2: รองเท้าความเร็วดีที่สุดเสมอ
แม้รองเท้าความเร็วจะดีที่สุดในเกือบทุกสถานการณ์ แต่ถ้าตัวละครมีความเร็วเกิน 145 จากสถานะรองแล้ว อาจพิจารณาใช้รองเท้า BE เพื่อเพิ่มดาเมจได้ โดยเฉพาะ Dahlia ที่ได้โบนัสความเร็วจาก Never Forget Her Flame
คำนวณความเร็วรวมรวมถึงโบนัสจาก Light Cone/เซ็ตก่อนตัดสินใจ ความเร็ว 145 คือขั้นต่ำ ไม่ใช่ขั้นสูง
เทคนิคขั้นสูง
แอนิเมชันสกิลต่อสู้เสริมพลังของ Firefly สามารถยกเลิกได้บางส่วนด้วยการกดท่าไม้ตาย ซึ่งช่วยลดเวลาในแต่ละรอบได้ 1-2 วินาที
การควบคุมเทิร์นผ่านการปรับความเร็วอย่างตั้งใจ จะช่วยให้บัฟรีเฟรชก่อนหมดเวลา ทำให้บัฟคงอยู่ได้สูงสุด
ข้อมูลจริงจากผู้เล่น
ทีม Firefly-Dahlia: อัตราเคลียร์ 12 ดาวอยู่ที่ 92% ที่ E0
Firefly เดี่ยว: 78%
Dahlia หลัก: 65%
ตัวทำดาเมจที่ไม่ใช่สาย Break: 45-55% และต้องใช้การลงทุนหรือ Eidolon พรีเมียมที่สูงกว่า
การรองรับในอนาคต
การลงทุนใน Firefly และ Dahlia คุ้มค่าเกินกว่าแค่รอบเดียว เพราะกลไก Break ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องในคอนเทนต์ระดับสูง
มูลค่าในอนาคต
Firefly: ยังคงโดดเด่นในคอนเทนต์ที่ศัตรูแพ้ไฟหรือเน้นการ Break วงจรดาเมจในตัวช่วยรักษามาตรฐานพลังได้ดี
Dahlia: มีค่าอย่างยิ่งสำหรับทีม Break ทุกทีม บัฟ BE 50% และการลด DEF ใช้งานได้โดยไม่เกี่ยงประเภทศัตรู
การประสานงานที่จะตามมา
ซัพพอร์ตธาตุไฟในอนาคตน่าจะช่วยเสริมพลังให้ Firefly-Dahlia ได้อีก ให้จับตาดูตู้ตัวละครใหม่ๆ ที่จะมาเสริมกัน
การรีรันของ Fugue ในเฟส 2 (16 ธันวาคม 2025 ถึง 7 มกราคม 2026) จะช่วยเสริมพลังได้ทันที เพราะกลไกการโจมตีต่อเนื่องจะช่วยขยายดาเมจของทีม
กลยุทธ์ระยะยาว
ให้ความสำคัญกับการกด Firefly ในเฟส 1 เพื่อเป็นตัวทำดาเมจ Break พื้นฐาน จากนั้นจึงเพิ่ม Dahlia เพื่อทวีคูณพลัง แกนหลักนี้จะรับมือคอนเทนต์ Break ส่วนใหญ่ได้
เก็บ Stellar Jade ไว้สำหรับตู้ Light Cone หลังจากได้ทั้งคู่ที่ E0 แล้ว เพราะ Never Forget Her Flame ให้พลังที่ก้าวกระโดดมากกว่า Eidolon ช่วงแรกๆ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตัวทำดาเมจที่ดีที่สุดสำหรับ Pure Fiction 3.8 คือใคร?
Firefly และ The Dahlia มีอัตราเคลียร์ 12 ดาวถึง 92% ที่ E0 พร้อม BE 360% และความเร็ว 145+ ธาตุไฟและกลไก Super Break สามารถแก้ทางศัตรูในรอบนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ถ้าไม่มีตัวทำดาเมจพรีเมียมจะได้กี่ดาว?
โดยทั่วไปจะได้ 10-11 ดาว การจะเก็บ 12/12 ดาวต้องใช้การลงทุนที่สูงกว่ามากหรือมี Eidolon พรีเมียม เพราะ 3.8 เน้นกลไก Super Break เป็นพิเศษ
ควรปั้นตัวทำดาเมจตัวไหนก่อน?
Firefly สำคัญที่สุด เพราะทำอัตราเคลียร์สายฟรีได้ 85-95% แม้ใช้ Light Cone 4 ดาว ควรปั้นให้ถึง BE 360% และความเร็ว 162 ก่อนจะไปลงทุนกับ Dahlia
จุดอ่อนของศัตรูใน 3.8 คืออะไร?
ส่วนใหญ่แพ้ธาตุไฟ: Borisin Warhead Hoolay, Lordly Trashcan รูปแบบต่างๆ, Ichor Memosprite ประเภทต่างๆ ซึ่งเหมาะกับทีม Firefly-Dahlia มากที่สุด
สายฟรีสามารถเก็บ 12 ดาวได้ไหม?
ได้แน่นอน อัตราเคลียร์ 85-95% สำหรับผู้ที่ใช้ Firefly E0 พร้อม Light Cone 4 ดาว, ตัวเอกประสาน และ Gallagher ที่ BE 360% และความเร็ว 162 โดยต้องใช้เวลาฟาร์ม Relic ประมาณ 3-4 สัปดาห์
ทีมไหนเคลียร์ได้เร็วที่สุด?
Firefly + Dahlia + Fugue + Lingsha เพื่อการสะสม BE สูงสุด ส่วนทีมประหยัดคือ Firefly + Dahlia + ตัวเอกประสาน + Gallagher ทั้งคู่สามารถเก็บ 12/12 ดาวได้ใน 6-8 รอบต่อด่าน
พร้อมจะสร้างทีม Pure Fiction ที่สมบูรณ์แบบของคุณหรือยัง? เติม Stellar Jade และ Oneiric Shards ที่ BitTopup เพื่อราคาที่ดีที่สุดและรับของได้ทันที มั่นใจในการสุ่มและพิชิต Pure Fiction 3.8 พร้อมเก็บ 12/12 ดาวไปเลย


















