BitTopup Logohow to top-up in bittopup
ค้นหา

คู่มือ ZZZ ลาดตระเวนพื้นที่: 7 วิธีรับรางวัล Drive Disc ให้ได้มากที่สุด

รางวัลนำจับขั้นสูง: การลาดตระเวนพื้นที่ใน Zenless Zone Zero มอบรางวัล Drive Disc เป็นสองเท่าผ่านด่านท้าทายที่ได้รับบัฟรายวัน ณ Scott Outpost โดยกิจกรรมนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2026 ในเวอร์ชัน 2.6 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำและต้องอาศัยการบริหารจัดการ Stamina อย่างมีกลยุทธ์ผ่านการเล่นที่ใช้ 60 Battery Charge ในด่านที่ได้รับบัฟสองด่านซึ่งจะหมุนเวียนและรีเซ็ตทุกวันเวลา 04:00 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์

ผู้แต่ง: BitTopup เผยแพร่เมื่อ: 2026/02/25

ทำความเข้าใจพื้นฐานของ Advanced Bounty: Area Patrol

Advanced Bounty: Area Patrol (เปลี่ยนชื่อจาก Routine Cleanup ในเวอร์ชัน 1.2) คือระบบหลักในการฟาร์ม Drive Disc ของ ZZZ โดยในช่วงกิจกรรม ด่านที่เคลียร์ทั้งหมดจะดรอป Drive Disc เพิ่มเป็นสองเท่า คุณสามารถเข้าใช้งานผ่านเทอร์มินัล VR Device ที่ Scott Outpost ซึ่งมีทั้งหมด 12 ด่าน โดยแต่ละด่านจะมีศัตรูและของรางวัลที่แตกต่างกันไป

กิจกรรมในเวอร์ชัน 2.6 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 04:00 น. จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2026 เวลา 03:59 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ รวมระยะเวลาทั้งหมด 7 วันเต็ม จากสถิติที่ผ่านมา: เวอร์ชัน 2.5 (16-21 มกราคม), เวอร์ชัน 2.4 (11-16 ธันวาคม), เวอร์ชัน 1.3 (11-16 ธันวาคม 2026) รูปแบบนี้บ่งชี้ว่ากิจกรรมจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน

หากคุณต้องการทรัพยากรเพิ่มเติมสำหรับการฟาร์มอย่างหนัก ซื้อการเติมเงิน Zenless Zone Zero Polychromes ผ่าน BitTopup เพื่อการทำรายการที่รวดเร็วและปลอดภัย

ระยะเวลากิจกรรมและเวลาการรีเซ็ต

ช่วงเวลา 7 วันของกิจกรรมจะสิ้นสุดในวันที่ 2 มีนาคม 2026 เวลา 03:59 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ การลงแต่ละครั้งจะใช้ 60 Battery Charge ซึ่งแถบพลังงานมาตรฐาน 240 หน่วยจะช่วยให้คุณลงได้ 4 ครั้งก่อนที่จะต้องรอฟื้นฟู พลังบัฟรายวันจะรีเซ็ตตอน 04:00 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ โดยในแต่ละวันจะมี 2 ด่านที่ได้รับบัฟเสริมพลังการต่อสู้ ซึ่งจะช่วยให้เคลียร์ด่านได้เร็วขึ้นอย่างมากหากใช้ทีมที่เหมาะสม

เงื่อนไขการปลดล็อก

  • สำเร็จเนื้อเรื่องหลัก Chapter 2 Intermission
  • สำเร็จภารกิจชื่อเสียง Path of the Proxy I
  • เลเวล Inter-Knot ถึง 21 (เลเวล 26 สำหรับด่าน 6)
  • ด่าน 6: สำเร็จเนื้อเรื่อง Belobog Part 2: Speed Chaser และ Trace to the Source
  • ไปพบ Roland ที่ Scott Outpost เพื่อปลดล็อกการดรอป Drive Disc ระดับ S-Rank

กลไกของกิจกรรม

ใช้ 60 Battery Charge ต่อการลงหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเลือกความยากระดับใดก็ตาม ระดับความท้าทายมีตั้งแต่เลเวล 30-60 โดยเพิ่มขึ้นทีละ 10 เลเวล ความยากที่สูงขึ้นจะเพิ่มค่าสถานะของศัตรูแต่ของรางวัลยังคงเหมือนเดิม ดังนั้นการเลือกความยากต่ำสุดที่คุณเคลียร์ได้จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ในแต่ละวันจะมีสองด่านที่ได้รับบัฟ (เช่น +100% Special Attack DMG, +50% Anomaly Buildup Rate เป็นต้น) ซึ่งช่วยลดเวลาในการเคลียร์ได้อย่างมหาศาล การจัดทีมให้ตรงกับบัฟที่ได้รับคือหัวใจสำคัญของการฟาร์ม

โครงสร้างของรางวัล

แต่ละด่านจะดรอปเซ็ต Drive Disc เฉพาะตามประเภทของศัตรู:

เซ็ต Drive Disc ใน Zenless Zone Zero จากด่าน Area Patrol รวมถึง Swing Jazz และ Hormone Punk

  • ด่าน 1 (Ionized-Farbauti/Cyrtoidea): Swing Jazz, Chaotic Metal
  • ด่าน 2 (Bulky Enforcer/Intimidator): Hormone Punk, Fanged Metal
  • ด่าน 4 (Assault Gunner/Guardian MK II): Woodpecker, Electro Soul Rock
  • ด่าน 11: Iron Law and Outlaws, Dawn's Bloom, Moonlight Lullaby
  • ด่าน 12: Deceits and Bulwarks, White Water Ballad, Shining Aria

รางวัลสองเท่าช่วยลดการใช้พลังงานลงครึ่งหนึ่ง โดยปกติเซ็ต 4 ชิ้นอาจต้องใช้ ~480 Battery Charge (ลง 8 ครั้ง) แต่ในช่วงกิจกรรมจะเหลือเพียง 240 Battery Charge (ลง 4 ครั้ง) ซึ่งถือว่าคุ้มค่าขึ้นถึง 50%

วิธีที่ 1: วางแผนเส้นทางการฟาร์มรายวันให้คุ้มค่าที่สุด

ให้ความสำคัญกับด่านที่มีบัฟก่อนเสมอ เพราะบัฟการต่อสู้ช่วยลดเวลาเคลียร์ได้ 30-50% ควรเช็กบัฟทันทีหลังรีเซ็ตเวลา 04:00 น. เพื่อวางแผนกลยุทธ์

ตัวอย่างบัฟในแต่ละด่าน:

ตัวอย่างหน้าจออินเทอร์เฟซบัฟรายวันใน Zenless Zone Zero Area Patrol

  • ด่าน 1: +100% Special Attack DMG, +100% EX Special Attack DMG
  • ด่าน 2/6: +30% Agent Daze, +50% Stunned Stun DMG Multiplier
  • ด่าน 3: +120% Dodge Counter DMG, +80% Daze
  • ด่าน 4: +50% Anomaly Buildup Rate, +100% Attribute Anomaly DMG
  • ด่าน 7: +35% Anomaly Buildup Rate, +25% ATK หลังเกิด Anomaly, ฟื้นฟูพลังงานทีม 20 หน่วย/15 วินาที

ระบบการจัดลำดับความสำคัญ

จับคู่ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของคุณให้ตรงกับวันที่ได้รับบัฟ เช่น ใช้ทีมสาย Stun ในวันที่ด่าน 2/6 มีบัฟ หรือใช้ทีมสาย Anomaly ในวันที่ด่าน 4/7 มีบัฟ ส่วนการเลือกด่านรองลงมาให้พิจารณาจากความต้องการในการปั้นตัวละครในขณะนั้น

การจัดสรรเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นฐานคือการลง 4 ครั้งต่อวันจากพลังงานที่ฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดยอาจแบ่งเป็น: ลง 2 ครั้งหลังรีเซ็ต 04:00 น. (เพื่อใช้บัฟใหม่) และลงอีก 2 ครั้งในช่วงเย็น (จากพลังงานที่สะสมมา) วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้พลังงานล้นในขณะที่ยังรักษาความคืบหน้าได้ต่อเนื่อง

สำหรับผู้เล่นระดับสูงที่ใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังงาน: แนะนำให้ลง 6 ครั้งขึ้นไปในด่านที่มีบัฟ และลง 2 ครั้งในด่านเป้าหมายรอง ส่วนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อาจจัดเซสชันใหญ่ลงต่อเนื่อง 12 ครั้งรวดในช่วงวันเสาร์/อาทิตย์

วิธีที่ 2: สร้างทีมลาดตระเวนที่สมบูรณ์แบบ

การจัดทีมมีผลต่อความเร็วในการเคลียร์ถึง 40-60% บัฟ Dodge Counter ในด่าน 3 สามารถเปลี่ยนทีมเฉพาะทางให้เคลียร์ได้ภายใน 45 วินาที เมื่อเทียบกับทีมทั่วไปที่อาจใช้เวลาถึง 90 วินาที

ตัวละครระดับท็อป (Agents)

ผู้เชี่ยวชาญสาย Stun (ด่าน 2/6): สะสมค่า Daze ได้รวดเร็วเพื่อทำให้ศัตรูติด Stun ภายใน 15-20 วินาที และใช้ประโยชน์จากตัวคูณความเสียหาย Stun ที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ตัวละครสาย Stun แนะนำสำหรับ Zenless Zone Zero Area Patrol ด่าน 2/6

ผู้เชี่ยวชาญสาย Anomaly (ด่าน 4/7/8): คอมโบของบัฟในด่าน 7 (+35% Anomaly Buildup, +25% ATK หลังเกิด Anomaly, พลังงาน 20 หน่วย/15 วินาที) ช่วยให้กลยุทธ์ Disorder ทำงานได้ดีพร้อมบัฟ ATK ถาวร

สาย Dodge Counter (ด่าน 3): บัฟ +120% Dodge Counter DMG ทำให้กลไกการป้องกันกลายเป็นแหล่งดาเมจหลัก

การประสานงานของสาย Support

ตัวละคร Support ที่ช่วยฟื้นฟูพลังงานจะช่วยให้ใช้สกิล Burst ได้บ่อยขึ้น ตัวละครที่ให้พลังงานแก่ทีมจะทำงานร่วมกับบัฟด่านได้ดีมาก (เช่น พลังงาน 20 หน่วย/15 วินาที ในด่าน 7) ทำให้มีพลังงานเหลือเฟือสำหรับการใช้ EX Special อย่างต่อเนื่อง

ในสถานการณ์ที่ต้องทำเวลา บัฟสายโจมตีจะสำคัญกว่าสายป้องกัน เนื่องจากไม่มีบทลงโทษหากล้มเหลวนอกจากเสียพลังงาน การใช้ทีมแบบ "Glass Cannon" (เน้นดาเมจหนักแต่ตัวบาง) จะช่วยเร่งความเร็วในการเคลียร์ได้สูงสุด

ทางเลือกสำหรับผู้เล่น F2P

ตัวละคร F2P สามารถทำความเร็วได้ถึง 70-80% ของทีมระดับท็อปหากเลือกด่านที่มีบัฟตรงสาย บัฟ Special Attack ในด่าน 1 มีประโยชน์กับทุกตัวละครที่มีสกิล Special โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวละครระดับพรีเมียม

เน้นลงทุนกับตัวละครหลัก 3-4 ตัวที่ครอบคลุมหลายสาย ดีกว่ากระจายทรัพยากรไปทั่ว ความยืดหยุ่นในการเลือกด่านช่วยให้ผู้เล่น F2P หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับศัตรูที่เสียเปรียบ และดึงจุดแข็งของตัวละครที่มีออกมาใช้ได้เต็มที่

วิธีที่ 3: เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ทรั���ยากร

นี่คือการเปลี่ยนพลังงานเป็นรางวัลโดยตรงโดยไม่มีสกุลเงินกลางมาคั่น ทุกๆ 60 Battery Charge จะได้รับ Drive Disc ทันที กิจกรรมนี้เพิ่มอัตราการดรอปเป็นสองเท่า เท่ากับได้รับผลตอบแทน 100% เมื่อเทียบกับช่วงที่ไม่มีกิจกรรม

การใช้ 240 Battery Charge ในช่วงกิจกรรม มีค่าเท่ากับ 480 Battery Charge ในการฟาร์มปกติ กิจกรรม 7 วันนี้จึงมอบมูลค่าเทียบเท่ากับ ~1,680 Battery Charge นอกเหนือจากอัตราปกติ

ต้องการขยายขีดจำกัดพลังงานหรือไม่? เติมเงิน ZZZ Master Tapes และ Boopon อย่างรวดเร็ว ผ่านแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยของ BitTopup

มูลค่าต่อพลังงาน

การลงแต่ละครั้ง (60 พลังงาน) ในช่วงกิจกรรมจะได้รับ Drive Disc สองชิ้นแทนที่จะเป็นชิ้นเดียว แม้อัตราการดรอป S-Rank จะเท่าเดิม แต่จำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหมายถึงโอกาสได้รับ S-Rank ที่มากขึ้น โดยทั่วไปจากการลง 4 ครั้งต่อวัน คุณจะได้รับของดรอปทั้งหมด 14-16 ชิ้น และมักจะได้ S-Rank ประมาณ 2-3 ชิ้น

การฟาร์มเจาะจงเซ็ตที่ต้องการจะช่วยลดความเสี่ยง เช่น การฟาร์มด่าน 1 เพื่อเอา Swing Jazz จะช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่ต้องการออกไปครึ่งหนึ่ง ทำให้ได้รับของที่ต้องการเร็วขึ้นเป็นสองเท่า

ลำดับความสำคัญในการเข้าร่วม

การฟาร์ม Drive Disc ควรได้รับความสำคัญสูงสุดในช่วงกิจกรรม เพราะประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น 100% นั้นหาจากที่อื่นไม่ได้ ควรเลื่อนการฟาร์มของเลื่อนขั้นตัวละครหรือการอัปเกรด W-Engine ออกไปก่อนจนกว่ากิจกรรมจะจบ

การใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังงานในกรณีฉุกเฉินถือว่าคุ้มค่าในช่วง 48 ชั่วโมงสุดท้ายหากคุณยังฟาร์มไม่ถึงเป้าหมาย มูลค่ารางวัลที่เพิ่มเป็นสองเท่าช่วยให้ผลตอบแทนจากการใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังงานสูงกว่าปกติมาก

การหลีกเลี่ยงความสูญเปล่า

พลังงานล้นคือศัตรูตัวฉกาจของประสิทธิภาพ แถบพลังงาน 240 ที่เต็มจะทำให้การฟาร์มตามธรรมชาติสูญเปล่า ควรตั้งเวลาทุก 6 ชั่วโมง (การฟื้นฟู 60 พลังงาน) เพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานล้น

ตรวจสอบตัวละครในไอดีก่อนเริ่มกิจกรรม เพื่อระบุว่าตัวละครไหนต้องการการอัปเกรดและต้องใช้เซ็ตอะไร วิธีนี้จะช่วยป้องกันการฟาร์มเซ็ตที่ไม่ได้ใช้งานจริง

ความยากที่ไม่เหมาะสมก็ทำให้เสียเวลา หากคุณต้องดิ้นรนในเลเวล 60 นานถึง 120 วินาที ให้ลดลงมาเหลือเลเวล 50 หรือ 40 แทน เพราะรางวัลที่ได้นั้นเหมือนกัน การเคลียร์ได้เร็วกว่าในระดับที่ต่ำกว่าจึงมีประสิทธิภาพมากกว่า

วิธีที่ 4: ใช้ประโยชน์จากการจัดการพลังงาน

แถบพลังงาน 240 Battery Charge จะฟื้นฟู 1 หน่วยทุก 6 นาที หรือ 240 หน่วยต่อ 24 ชั่วโมง พื้นฐานคือการลง 4 ครั้งต่อวันโดยไม่ใช้ไอเทมฟื้นฟู รวมเป็น 28 ครั้งตลอด 7 วันของกิจกรรม

การสะสมไอเทมฟื้นฟูพลังงานจะช่วยให้ลงได้ 8-12 ครั้งต่อวัน รางวัลสองเท่าของกิจกรรมจะช่วยขยายประสิทธิภาพของไอเทมเหล่านี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการใช้งานเมื่อเทียบกับการฟาร์มปกติ

การจัดสรรพลังงาน

Area Patrol ควรครองการใช้พลังงานทั้งหมดในช่วงกิจกรรม ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น 100% ทำให้การไปทำอย่างอื่นดูไม่คุ้มค่า เช่น การใช้ 60 พลังงานไปกับวัสดุเลื่อนขั้นจะทำให้คุณเสียโอกาสในการได้รับ Drive Disc ชิ้นที่สองไปฟรีๆ

อย่างไรก็ตาม หากมีจุดติดขัดในการพัฒนาตัวละครที่สำคัญมากอาจเป็นข้อยกเว้น เช่น วัสดุเลื่อนขั้นที่จำเป็นต้องใช้ทันทีเพื่อปลดล็อกพรสวรรค์อาจมีความสำคัญมากกว่ารางวัลกิจกรรม ให้ประเมินตามความจำเป็นจริง

จังหวะการใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังงาน

เน้นใช้ไอเทมในวันที่บัฟด่านตรงกับจุดแข็งของทีมคุณ เช่น ทีมสาย Anomaly ควรเก็บไอเทมไว้ใช้ในวันที่ด่าน 4/7/8 มีบัฟ โดยลงรวดเดียว 8-12 ครั้งเพื่อใช้ประโยชน์จากรางวัลสองเท่าและความเร็วในการเคลียร์ที่เพิ่มขึ้นจากบัฟ

เก็บสำรองไว้สำหรับวันสุดท้ายหากความคืบหน้ายังไม่เป็นไปตามเป้า โดยใช้ไอเทมฟื้นฟูในช่วง 24-48 ชั่วโมงสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าฟาร์มครบตามต้องการ

การใช้พลังงานฟื้นฟูธรรมชาติให้คุ้มที่สุด

ช่วงเวลา 6 นาทีต่อหน่วยสร้างจังหวะการเล่นที่เป็นธรรมชาติ การลงหนึ่งครั้งทุกๆ 60 นาทีโดยใช้พลังงานที่ฟื้นฟูมาจะช่วยป้องกันพลังงานล้นได้อย่างยั่งยืน

สำหรับการฟื้นฟูข้ามคืน: การนอน 8 ชั่วโมงจะสร้างพลังงาน 80 Battery Charge ดังนั้นควรล็อกเอาต์เมื่อมีพลังงาน ≤80 หน่วยเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงที่พลังงานจะล้น

วิธีที่ 5: ใช้ประโยชน์จากกลไกของด่าน

บัฟของด่านสร้างความแตกต่างของพลังได้อย่างมหาศาล บัฟ +50% Defensive Assist Daze และ +100% Assist Follow-up DMG ในด่าน 5 สามารถเปลี่ยนทีม Support ให้กลายเป็นตัวทำดาเมจหลักได้

การรู้จักศัตรูช่วยให้วางแผนล่วงหน้าได้ เช่น ในด่าน 8 ที่มี Goblin/Farbauti ซึ่งเคลื่อนที่ได้รวดเร็วและลงโทษการโจมตีที่เชื่องช้า บัฟ +35% Anomaly Buildup และ +60% Disorder DMG จะช่วยให้การใช้เอฟเฟกต์ Anomaly ที่รวดเร็วข้ามข้อจำกัดเรื่องความคล่องตัวของศัตรูไปได้

การปรับระดับความยาก

ระดับความท้าทาย 30-60 จะเพิ่ม HP และดาเมจของศัตรูตามสัดส่วน แต่รางวัลจะเหมือนกันทุกระดับ การเคลียร์เลเวล 30 จะได้ของดรอปเท่ากับเลเวล 60 ดังนั้นความเร็วในการเคลียร์ที่สบายที่สุดคือจุดที่คุ้มค่าที่สุดในเชิงคณิตศาสตร์

ทีมที่เคลียร์เลเวล 30 ได้ใน 45 วินาที จะมีประสิทธิภาพมากกว่าทีมเดิมที่เคลียร์เลเวล 60 ใน 90 วินาที เพราะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเท่าตัวแต่ไม่ได้รางวัลเพิ่มเลย ให้ลองทดสอบแต่ละระดับแล้วเลือกเลเวลที่ใช้เวลาต่อรอบน้อยที่สุด

การเพิ่มโอกาสดรอปให้สูงสุด

คุณภาพของ Drive Disc เป็นไปตามตารางความน่าจะเป็นที่ตายตัว ไม่ขึ้นอยู่กับความยาก เวลาที่ใช้ หรือผลงาน อัตราการดรอป S-Rank จะเท่าเดิมไม่ว่าคุณจะเคลียร์ใน 30 วินาทีหรือ 120 วินาที ดังนั้นจำนวนรอบที่ลงจึงสำคัญกว่าคุณภาพในการเล่น

กิจกรรมจะคูณจำนวนของรางวัลโดยไม่เปลี่ยนเปอร์เซ็นต์คุณภาพ หากอัตรา S-Rank ปกติคือ 20% ในช่วงกิจกรรมก็ยังเป็น 20% แต่คุณจะได้สุ่มสองครั้งต่อการลงหนึ่งครั้ง เท่ากับเพิ่มโอกาสได้รับ S-Rank เป็นสองเท่าต่อพลังงานที่ใช้

การเลือกด่านเพื่อเจาะจงเซ็ตที่ต้องการคือตัวแปรเดียวที่ผู้เล่นควบคุมได้ เช่น ด่าน 1 ที่ดรอปเฉพาะ Swing Jazz/Chaotic Metal จะช่วยตัดเซ็ตอื่นอีก 11 เซ็ตออกไป ทำให้คุณได้ของที่ต้องการอย่างแม่นยำ

เกณฑ์การลงทุนที่คุ้มค่า

ระดับที่แนะนำ: พรสวรรค์เลเวล 50, W-Engine เลเวล 40 และ Drive Disc +12 จะช่วยให้เคลียร์ความท้าทายเลเวล 40-50 ได้อย่างมั่นคง ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่เพียงพอโดยไม่ต้องปั้นจนสุดทาง

การลงทุนสูงเกินไปอาจได้ผลตอบแทนลดลง เช่น การอัป Drive Disc จาก +12 เป็น +15 อาจลดเวลาเคลียร์จาก 60 วินาทีเหลือ 55 วินาที (ดีขึ้น 8%) แต่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการเอาไปปั้นตัวละครตัวอื่นเพิ่ม

ให้ความสำคัญกับการอัปเกรดที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะการเล่น (Breakpoint) เช่น การอัปพรสวรรค์ที่ช่วยลดคูลดาวน์ลงได้หลายวินาที ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟาร์มได้อย่างชัดเจน

วิธีที่ 6: การเพิ่มประสิทธิภาพด้านเวลา

การลดเวลาเคลียร์ = การเพิ่มจำนวนรอบที่ทำได้ การลดเวลาเฉลี่ยจาก 90 วินาทีเหลือ 60 วินาที จะช่วยให้ลงได้เพิ่มขึ้น 33% ในเวลาเท่าเดิม ซึ่งอาจหมายถึงการลงเพิ่มได้อีก 8-12 ครั้งตลอดสัปดาห์กิจกรรม

การปรับปรุงการใช้งานเมนูช่วยลดเวลาที่เสียไปได้ เช่น จำลำดับปุ่มในการเลือกด่าน ยืนยันทีม และเริ่มการท้าทาย การลดเวลาในเมนูจาก 30 วินาทีเหลือ 10 วินาที จะช่วยประหยัดเวลาได้ 80 วินาทีต่อการลง 4 ครั้งในแต่ละวัน

การลงแบบต่อเนื่องหลายรอบในครั้งเดียวจะดีกว่าการแบ่งลงตลอดทั้งวัน เพราะจะช่วยรักษาโฟกัสและความจำของกล้ามเนื้อ (Muscle Memory) ทำให้เวลาต่อรอบลดลง และยังช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องเข้าออกเมนูอีกด้วย

การจัดทีมเพื่อ Speed-Clear

เลือกใช้ W-Engine ที่ช่วยลดคูลดาวน์หรือเพิ่มการฟื้นฟูพลังงาน มากกว่าแค่โบนัสค่าสถานะดิบๆ เพราะ Engine ที่ช่วยให้ใช้ EX Special ได้บ่อยขึ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากกว่าดาเมจแบบบวกเพิ่มทั่วไป

เซ็ต Drive Disc ที่เพิ่มความคล่องตัวหรือลดระยะเวลาแอนิเมชันสกิลจะช่วยประหยัดเวลาได้โดยไม่รู้ตัว ความเร็วเคลื่อนที่ช่วยให้เข้าถึงศัตรูได้เร็วขึ้น และแอนิเมชันที่สั้นลงช่วยให้ทำคอมโบได้ต่อเนื่อง ซึ่งรวมๆ แล้วอาจประหยัดเวลาได้ 5-10 วินาทีต่อรอบ

ลำดับความสำคัญของพรสวรรค์: สกิลที่ใช้บ่อย > ท่าไม้ตาย (Ultimate) การอัปเกรดการโจมตีปกติสำหรับการต่อสู้ 30-40 วินาที มักจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าการรอใช้ท่าไม้ตายเพียงครั้งเดียว

ทางลัดในเมนู

การกดเลือกตัวเลขโดยตรงช่วยข้ามการเลื่อนหา เช่น กดเลข 4 เพื่อกระโดดไปด่าน 4 แทนการเลื่อนผ่านด่าน 1-3 จะช่วยประหยัดเวลาได้ 3-5 วินาทีต่อรอบ

ใช้ระบบบันทึกทีม (Team Presets) เพื่อสลับทีมได้ในปุ่มเดียว ตั้งค่าทีมสำหรับสาย Stun/Anomaly/Dodge Counter ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สลับใช้ตามบัฟรายวันได้ทันที

หากมีระบบเล่นซ้ำอัตโนมัติ (Auto-repeat) ให้ใช้งานเพื่อตัดขั้นตอนในเมนูระหว่างรอบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงที่ฟาร์มต่อเนื่องนานๆ

ช่วง 72 ชั่วโมงสุดท้าย

วันที่ 1-2 มีนาคม คือช่วงที่ควรใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังงานอย่างเต็มที่และจัดเซสชันฟาร์มยาวๆ ให้คำนวณจำนวนรอบที่ยังขาดอยู่ แล้ววางแผนจำนวนรอบที่ต้องลงในแต่ละวันที่เหลือ

การฟาร์มหนักช่วงโค้งสุดท้าย: ลง 12-16 ครั้งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สุดท้าย โดยใช้พลังงาน 720-960 Battery Charge (จากธรรมชาติ + ไอเทมฟื้นฟู) ความพยายามที่เข้มข้นนี้จะช่วยให้คุณฟาร์มเซ็ตเต็มๆ ได้ 2-3 เซ็ต

ปรับเวลานอนรอบการรีเซ็ต 04:00 น. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในวันสุดท้าย โดยลงฟาร์มทั้งก่อนและหลังการรีเซ็ตครั้งสุดท้าย เพื่อเก็บเกี่ยวบัฟของทั้งวันที่ 1 และ 2 มีนาคมในเวลาที่กระชับที่สุด

วิธีที่ 7: ประสานงานกับความคืบหน้าของไอดี

วางแผนการฟาร์ม Drive Disc ให้สอดคล้องกับการปล่อยตัวละครใหม่ ฟาร์มเซ็ตล่วงหน้าในช่วงกิจกรรมก่อนที่ตัวละครจะเข้า เพื่อให้มีอุปกรณ์พร้อมใช้งานทันทีที่ได้รับตัวละครมา

การสะสมทรัพยากรไม่ได้จำกัดแค่ Drive Disc เท่านั้น การได้รับของดรอปสองเท่าจะตามมาด้วยความต้องการวัสดุอัปเกรดที่มากขึ้น ควรสำรอง Dennie ให้เพียงพอ และฟาร์มวัสดุอัปเกรดในช่วงที่ไม่มีกิจกรรม

ควรมองว่ากิจกรรม Area Patrol เป็นช่วงเวลาหลักในการหาอุปกรณ์ ส่วนการฟาร์มนอกช่วงกิจกรรมให้ทำเฉพาะเมื่อจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น แนวทางที่เน้นกิจกรรมเป็นหลักจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว

การปรับให้ตรงกับความต้องการของตัวละคร

ความต้องการเฉพาะของตัวละครจะเป็นตัวกำหนดด่านที่ต้องฟาร์ม เช่น ตัวละครสาย Stun ที่ต้องการ Hormone Punk จากด่าน 2 ควรเน้นฟาร์มในวันที่ด่านนั้นมีบัฟ ส่วนสาย Anomaly ที่ต้องการ Woodpecker จากด่าน 4 ก็ให้ความสำคัญกับด่านนั้นเป็นหลัก

ติดตามความคืบหน้าของเซ็ตอุปกรณ์เพื่อหยุดฟาร์มได้ทันทีเมื่อครบตามเป้าหมาย ควรทำตารางจดบันทึกชิ้นส่วนที่ได้มาในแต่ละเซ็ต เพราะการฟาร์มเซ็ตที่ครบแล้วต่อไปจะทำให้เสียพลังงานโดยใช่เหตุ

การหาออปชั่นรอง (Substat) ที่สมบูรณ์แบบคือขั้นต่อไปหลังจากได้เซ็ตพื้นฐานครบแล้ว ให้ฟาร์มต่อเพื่อหาชิ้นที่มีค่า Crit Rate/DMG/ATK% ที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรฟาร์มต่อแม้จะได้ของครบตามความต้องการพื้นฐานแล้ว

การสะสมทรัพยากร

ใช้แผนผังการอัปเดตเวอร์ชัน (Roadmap) เพื่อคาดการณ์การฟาร์ม หากจะมีตัวละครสาย Anomaly เข้ามาใหม่ ให้ฟาร์มเซ็ต Anomaly ไว้ล่วงหน้าในช่วงกิจกรรมปัจจุบันเพื่อความพร้อมสูงสุด

เซ็ตที่ใช้งานได้หลากหลาย (Versatile sets) เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยในการฟาร์มสะสม โบนัสทั่วไปอย่าง ATK%, Crit Rate หรือ Energy Recharge ยังคงมีมูลค่าเสมอสำหรับหลายๆ ทีม จึงเป็นเป้าหมายที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อคุณยังไม่มีแผนที่แน่นอน

ของที่เกินมาสามารถเปลี่ยนเป็นประโยชน์ได้ โดยการย่อยชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการเพื่อเอาวัสดุอัปเกรด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นทรัพยากรที่ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้มั่นใจได้ว่าการฟาร์มจะไม่มีรอบไหนที่เสียเปล่าอย่างสิ้นเชิง

การวางแผนหลังจบกิจกรรม

สัปดาห์หลังจากกิจกรรมจบลงคือช่วงเวลาสำหรับกิจกรรมที่เคยเลื่อนไว้ เช่น การเลื่อนขั้นตัวละคร การอัปเกรด W-Engine และการฟาร์มวัสดุพรสวรรค์ เพื่อเติมทรัพยากรในคลังให้กลับมาเต็มอีกครั้ง

แนะนำให้อัปเกรด Drive Disc เป็นชุดใหญ่หลังจบกิจกรรม แทนที่จะค่อยๆ อัปทีละชิ้นในระหว่างกิจกรรม เพื่อประเมินของทั้งหมดที่ได้มาและเลือกชิ้นที่มีมูลค่าสูงสุดมาอัปเกรดก่อน ส่วนชิ้นที่ความสำคัญต่ำกว่าก็เก็บไว้หรือย่อยทิ้ง

เริ่มเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปทันที โดยการตรวจสอบตัวละครในไอดี ระบุส่วนที่ยังขาด และวางแผนด่านที่ต้องเน้นในรอบหน้า การวางแผนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คุณมีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านกลยุทธ์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า

ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ทำให้เสียโอกาสรับรางวัล

พลังงานล้น (Stamina overflow) = ความสูญเสียที่��ิ่งใหญ่ที่สุด แถบพลังงาน 240 ที่เต็มจะหยุดการฟื้นฟู การนอน 8 ชั่วโมงโดยที่พลังงานเต็มจะทำให้เสียพลังงานไป 80 หน่วย หรือเท่ากับการลงหนึ่งรอบเต็มๆ ตลอด 7 วัน หากไม่ระวังอาจเสียพลังงานไปถึง 300-400 หน่วย

เลือกความยากไม่เหมาะสม ทำให้เสียเวลา การฝืนลงเลเวล 60 ที่ใช้เวลา 120 วินาที ในขณะที่เลเวล 40 ใช้เวลาเพียง 60 วินาที คือการยอมเสียเวลาเพิ่มขึ้นเท่าตัวโดยไม่ได้รางวัลเพิ่มเลย

ละเลยบัฟของด่าน ทำให้เสียโอกาสในการเคลียร์เร็วขึ้น 30-50% การลงด่านที่ไม่มีบัฟในขณะที่มีทางเลือกอื่นที่มีบัฟ จะลดประสิทธิภาพลงเหลือเพียง 65-70% ของที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจทำให้เสียจำนวนรอบไปถึง 8-12 ครั้งตลอดกิจกรรม

เวลาสิ้นสุดกิจกรรม

จุดตัดสำคัญคือ: วันที่ 2 มีนาคม 2026 เวลา 03:59 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ พลังงานที่ไม่ได้ใช้จะเสียโบนัสประสิทธิภาพ 100% ไปทันที ซึ่งเท่ากับมูลค่าลดลงครึ่งหนึ่ง ควรลงรอบสุดท้ายให้เสร็จก่อนเวลาสิ้นสุด แม้จะต้องปรับตารางเวลาส่วนตัวบ้างก็ตาม

วางแผนการเล่นวันสุดท้ายโดยอิงจากเวลาสิ้นสุดที่แน่นอน คำนวณพลังงานที่เหลือและจำนวนรอบที่ต้องการภายในวันที่ 1 มีนาคม และกำหนดตารางการเล่นที่ชัดเจนสำหรับ 24 ชั่วโมงสุดท้าย

การป้องกันพลังงานล้น

ขีดจำกัด 240 หน่วยคือเพดานสูงสุด การฟื้นฟูที่เกินจากนี้จะหายไปเฉยๆ การล็อกอินหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมงขึ้นไปจะทำให้เสียพลังงานไป 100-200 หน่วย ควรตั้งเวลาล็อกอินทุกๆ 12-16 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

ใช้พลังงานที่ฟื้นฟูตามธรรมชาติก่อน แล้วค่อยใช้ไอเทมฟื้นฟูเป็นเครื่องมือป้องกันพลังงานล้น การเก็บไอเทมไว้แต่ปล่อยให้พลังงานธรรมชาติล้นถือเป็นการใช้งานที่ผิดหลักการ

หากมีภารกิจส่วนตัวที่ทำให้เล่นไม่ได้ ให้วางแผนล่วงหน้าโดยการจัดเซสชันฟาร์มยาวๆ ก่อนช่วงที่ไม่ว่าง เพื่อใช้พลังงานให้เหลือน้อยที่สุด

แผนการดำเนินการแบบรายสัปดาห์

ระยะเวลา 7 วันต้องการโครงสร้างการเล่นที่ชัดเจน กำหนดกิจวัตรประจำวันโดยลงพื้นฐาน 4 รอบจากพลังงานธรรมชาติ และลงเพิ่มด้วยไอเทมฟื้นฟูในวันที่ด่านสำคัญมีบัฟ

ช่วงแรก (25-27 ก.พ.): สร้างรูปแบบการเล่นพื้นฐาน ระบุคู่ทีมและด่านที่เหมาะสมที่สุด ทดลองจัดทีมในด่านที่มีบัฟและบันทึกเวลาที่ใช้เคลียร์

ช่วงกลาง (28-29 ก.พ.): ประเมินความคืบหน้าเทียบกับเป้าหมาย คำนวณความต้องการที่เหลือ และดูว่าอัตราการฟาร์มปัจจุบันจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายหรือไม่ เพื่อปรับแผนก่อนจะถึงวันสุดท้าย

1-4 สัปดาห์ก่อนเริ่มกิจกรรม

สะสมไอเทมฟื้นฟู Battery Charge, ปั้นตัวละครให้พร้อม และระบุเซ็ต Drive Disc ที่ต้องการเป็นอันดับต้นๆ เพื่อให้เริ่มกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

กำหนดเวลาล็อกอินประจำวันที่สอดคล้องกับการรีเซ็ต 04:00 น. เช็กบัฟหลังรีเซ็ต วางแผนการลง 4 รอบในด่านที่มีบัฟ และหาช่วงเวลาที่สะดวกในการเล่น

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความหักโหม การลง 4 รอบทุกวันให้ผลดีกว่าการลง 8 รอบในบางวันแต่พลาดวันอื่นๆ จำนวนรวม 28 รอบจากพลังงานพื้นฐานถือเป็นปริมาณที่มากพอสมควร

การเพิ่มประสิทธิภาพช่วงกลางกิจกรรม

วันที่ 28-29 ก.พ. คือช่วงเวลาสำคัญในการประเมิน ตรวจสอบชิ้นส่วนที่ได้มาเทียบกับเป้าหมาย หากขาดไป 8-12 รอบให้ใช้ไอเทมฟื้นฟูช่วย แต่ถ้าขาดมากกว่านั้นอาจต้องฟาร์มหนักขึ้น

ปรับปรุงทีมตามข้อมูลการเล่นจริง หากพบว่าทีม Anomaly เคลียร์ด่าน 4 ได้ใน 50 วินาที แต่ทีม Stun ต้องใช้ถึง 80 วินาทีในด่าน 2 ให้ปรับลำดับความสำคัญและเน้นใช้ไอเทมฟื้นฟูในวันที่ด่าน Anomaly มีบัฟแทน

การฟาร์มหนักในช่วงวันสุดท้าย

วันที่ 1-2 มีนาคม คือช่วงที่ต้องใส่เต็มที่ ลงรอบที่เหลือทั้งหมดตามเป้าหมาย และใช้ไอเทมฟื้นฟูที่สะสมไว้โดยไม่ต้องลังเล รางวัลสองเท่าคือเหตุผลที่เพียงพอสำหรับการทุ่มทรัพยากร

รอบบัฟสุดท้ายในวันที่ 2 มีนาคม ก่อนเวลา 03:59 น. คือโอกาสสุดท้าย ให้เช็กหลังรีเซ็ต 04:00 น. ของวันก่อนหน้า และลงรอบที่เหลือในด่านที่มีบัฟให้ครบ

กลยุทธ์ฉุกเฉินสำหรับผู้ที่ฟาร์มไม่ทัน: ลดระดับความท้าทายเป็นเลเวล 30 เพื่อให้เคลียร์ได้ใน 40 วินาที ซึ่งจะช่วยให้ลงได้จำนวนรอบมากขึ้นเมื่อเทียบกับการฝืนเล่นเลเวล 60 ที่ใช้เวลานาน ความเร็วคือตัวแปรเดียวที่สำคัญที่สุดในช่วงชั่วโมงสุดท้าย

รายการตรวจสอบ 72 ชั่วโมงสุดท้าย

คำนวณจำนวนรอบที่ต้องลงเพิ่มให้แม่นยำ โดยเอาเป้าหมายตั้งลบด้วยจำนวนที่ได้มา แล้วหารด้วยจำนวนวันที่เหลือเพื่อกำหนดโควตาต่อวัน

ตรวจสอบไอเทมฟื้นฟูพลังงานที่มี หากมี 10 ชิ้นขึ้นไป จะช่วยให้ลงได้รวม 16-20 รอบในช่วง 3 วันสุดท้าย (12 รอบจากธรรมชาติ + 4-8 รอบจากไอเทม)

เคลียร์ตารางเวลาสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์สุดท้าย ลดภารกิจอื่นๆ ในวันที่ 1-2 มีนาคม และให้ความสำคัญกับการฟาร์มให้ครบตามเป้าหมาย

การรับรางวัลกิจกรรมให้ได้มากที่สุด

ให้ความสำคัญกับชิ้นส่วนที่มีออปชั่นหลัก (Main Stat) ตรงสายและมีออปชั่นรอง (Substat) ที่น่าสนใจ ชิ้นที่มี Crit Rate หลัก + Crit DMG/ATK%/Energy Recharge รอง ควรค่าแก่การอัปเกรดเป็น +15 ทันที ส่วนชิ้นที่มีแต่ HP/DEF แบบบวกตรงๆ ให้เก็บไว้ก่อนหรือย่อยทิ้ง

ในช่วงแรก การใส่ให้ครบเซ็ตสำคัญกว่าการหาออปชั่นที่สมบูรณ์แบบ เน้นโบนัสเซ็ต 4 ชิ้นก่อน เพราะโบนัสเซ็ตให้มูลค่าที่แน่นอน ในขณะที่การหาออปชั่นรองที่เพอร์เฟกต์นั้นขึ้นอยู่กับดวง

เน้นลงทุนในเซ็ตที่ใช้งานได้หลากหลายซึ่งมีประโยชน์กับหลายตัวละคร เช่น Swing Jazz (ฟื้นฟูพลังงาน), Hormone Punk (บัฟสาย Stun) ซึ่งจะมีมูลค่าในระยะยาวมากกว่าเซ็ตที่เฉพาะทางมากๆ

มูลค่าระยะสั้น vs ระยะยาว

Drive Disc ช่วยเพิ่มพลังให้ตัวละครทันทีเมื่อสวมใส่และอัปเกรด ตัวละครที่ใส่ครบเซ็ต 4 ชิ้นจะเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกคอนเทนต์ ซึ่งถือเป็นผลตอบแทนที่รวดเร็ว

วัสดุอัปเกรดที่ได้จากการย่อยชิ้นส่วนคือการลงทุนระยะยาว การสะสมวัสดุจากการย่อยของที่ไม่ใช้หลายสิบชิ้นจะช่วยสร้างคลังทรัพยากรขนาดใหญ่สำหรับโปรเจกต์ในอนาคต

ความต้องการ Dennie ในการอัปเกรดจะตามมาหลังจบกิจกรรม ควรบริหารจัดการเงินในเกมให้สมดุลเพื่อให้แน่ใจว่าการหาของมาได้จะไม่เร็วกว่าความสามารถในการอัปเกรด

การเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งถาวร

เซ็ตที่ฟาร์มจนครบคือมูลค่าถาวรของไอดีที่จะคงอยู่ตลอดไปในคอนเทนต์อนาคต ต่างจากไอเทมสิ้นเปลืองที่ใช้แล้วหมดไป Drive Disc จะถูกสวมใส่และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในทุกการต่อสู้

การขยายรายชื่อตัวละคร (Roster) ทำให้ความต้องการอุปกรณ์มีอยู่ตลอดเวลา กิจกรรมนี้จึงมีค่าเสมอไม่ว่าปัจจุบันคุณจะมีของครบแค่ไหนก็ตาม

คุณภาพของอุปกรณ์มักจะเป็นตัวตัดสินความก้าวหน้าในเกมมากกว่าเลเวลตัวละครหรือพรสวรรค์ การปรับแต่ง Drive Disc ให้เหมาะสมมักจะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวข้ามอุปสรรคที่ยากลำบาก

การเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป

เริ่มสะสมทรัพยากรใหม่ทันทีหลังวันที่ 2 มีนาคม ฟาร์ม Dennie, วัสดุอัปเกรด และทรัพยากรเลื่อนขั้นในช่วงสัปดาห์ต่อๆ มาเพื่อเตรียมคลังให้พร้อม

ตั้งเป้าสะสมไอเทมฟื้นฟู Battery Charge ให้ได้ 10-15 ชิ้นก่อนกิจกรรมหน้า เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการฟาร์มหนักโดยไม่ต้องหาซื้อเพิ่มในยามฉุกเฉิน

วางแผนปั้นตัวละครให้สอดคล้องกับช่วงเวลากิจกรรมครั้งถัดไป โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอีก ~4-6 สัปดาห์หลังเวอร์ชัน 2.6 ตามสถิติที่ผ่านมา เพื่อให้ตัวละครใหม่พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กิจกรรม Advanced Bounty: Area Patrol คืออะไร? คือกิจกรรมที่เพิ่มรางวัล Drive Disc เป็นสองเท่าจากทุกด่านที่เคลียร์ใน Scott Outpost เริ่มวันที่ 25 ก.พ. - 2 มี.ค. 2026 ในเวอร์ชัน 2.6 โดยจะมีสองด่านที่ได้รับบัฟหมุนเวียนรายวันซึ่งจะรีเซ็ตตอน 04:00 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ ช่วยให้เคลียร์ด่านได้เร็วขึ้น

ปลดล็อกกิจกรรมได้อย่างไร? ต้องสำเร็จเนื้อเรื่องหลัก Chapter 2 Intermission, สำเร็จภารกิจ Path of the Proxy I และมีเลเวล Inter-Knot ถึง 21 สำหรับด่าน 6 ต้องมีเลเวล 26 และสำเร็จเนื้อเรื่อง Belobog ก่อน จากนั้นไปพบ Roland ที่ Scott Outpost เพื่อรับของดรอประดับ S-Rank

มีรางวัลอะไรบ้าง? Drive Disc เซ็ตเฉพาะตามด่านและประเภทศัตรู เช่น ด่าน 1: Swing Jazz/Chaotic Metal, ด่าน 4: Woodpecker/Electro Soul Rock, ด่าน 11: Iron Law and Outlaws/Dawn's Bloom/Moonlight Lullaby กิจกรรมจะเพิ่มของดรอปเป็นสองเท่า ช่วยให้เก็บเซ็ตครบได้โดยใช้พลังงานน้อยลงครึ่งหนึ่ง

กิจกรรมสิ้นสุดเมื่อไหร่? วันที่ 2 มีนาคม 2026 เวลา 03:59 น. ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ รวมระยะเวลา 7 วันเต็ม กิจกรรมนี้มักจะมาเป็นประจำทุกเดือน ทำให้สามารถวางแผนล่วงหน้าได้

ควรลงวันละกี่รอบ? พลังงานที่ฟื้นฟูตามธรรมชาติ 240 หน่วยจะลงได้ 4 รอบ (รอบละ 60 พลังงาน) หากใช้ไอเทมฟื้นฟูจะลงได้ถึง 8-12 รอบต่อวัน โดยพื้นฐานตลอด 7 วันจะลงได้ทั้งหมด 28 รอบ

ตัวละครไหนดีที่สุดสำหรับกิจกรรมนี้? ควรเลือกใช้ตามบัฟรายวัน เช่น สาย Stun สำหรับด่าน 2/6 (+30% Agent Daze), สาย Anomaly สำหรับด่าน 4/7 (+35-50% Anomaly Buildup) หรือสาย Dodge Counter สำหรับด่าน 3 (+120% Dodge Counter DMG) การมีทีมที่หลากหลายจะช่วยให้ฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกรอบการรีเซ็ตบัฟ

แนะนำสินค้า

ข่าวแนะนำ

customer service