BitTopup Logohow to top-up in bittopup
ค้นหา

ตัวจับเวลา Task Box ใน Poppo Live ค้าง: วิธีแก้บั๊ก 23:59 ในเวอร์ชัน v2.9.6

ปัญหาตัวจับเวลา Task Box ใน Poppo Live ค้างที่ 23:59 ในเวอร์ชัน v2.9.6 มีสาเหตุมาจากการสะสมของแคช (70% ของกรณีที่พบ) และความไม่เสถียรของเครือข่าย (40%) โดยเวอร์ชันนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 และพบปัญหาพุ่งสูงขึ้นถึง 60% หลังการอัปเดตในเดือนธันวาคม 2026 การบังคับปิดแอป (Force close) ช่วยแก้ปัญหาได้สำเร็จ 87% ขณะที่การล้างแคชช่วยแก้ปัญหาได้ 70% ทั้งนี้ ภารกิจรายวันสามารถรับเหรียญได้สูงสุด 400 เหรียญจากการรับชม 10 ครั้ง และจะรีเซ็ตเวลา 00:00 UTC+8 การรีสตาร์ทเครื่องสามารถแก้ไขปัญหาอาการค้างที่แก้ไม่หายได้ถึง 90%

ผู้แต่ง: BitTopup เผยแพร่เมื่อ: 2026/01/02

ทำความเข้าใจปัญหาตัวนับเวลาใน Task Box ค้างในเวอร์ชัน v2.9.6

ปัญหาตัวนับเวลาใน Task Box ค้างถือเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจมากที่สุดนับตั้งแต่การอัปเดตเวอร์ชัน v2.9.6 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 โดยตัวนับเวลามักจะค้างอยู่ที่ 23:59, 12:00 และ 00:01 ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถรับรางวัลรายวันและทำภารกิจให้สำเร็จได้ การอัปเดตในเดือนธันวาคม 2026 ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้นถึง 60% และมีการรีเซ็ตรางวัลแบบว่างเปล่าเพิ่มขึ้นอีก 25%

การสะสมของแคช (Cache) เป็นสาเหตุของอาการค้างถึง 70% ในขณะที่ความไม่เสถียรของเครือข่ายอยู่ที่ 40% บัญชีใหม่มีโอกาสพบข้อผิดพลาดสูงกว่าปกติ 40% สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงเหรียญทันทีในช่วงที่ระบบมีปัญหา เติมเหรียญ Poppo Live ผ่าน BitTopup เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้รับเหรียญทันทีด้วยราคาที่คุ้มค่า

ระบบ Task Box และรางวัลรายวัน

การรับชมแต่ละเซสชันเป็นเวลา 5 นาทีจะได้รับ 40 เหรียญ โดยทำได้สูงสุด 10 ภารกิจต่อวัน รวมเป็น 400 เหรียญ ระบบจะรีเซ็ตเวลา 00:00 น. (UTC+8) โดยมีรอบการหมุนเวียน 18-36 ชั่วโมง

ข้อกำหนดทางเทคนิค:

  • Android 8 ขึ้นไป หรือ iOS 12 ขึ้นไป
  • พื้นที่ว่างในเครื่อง 500MB
  • ความเร็วในการอัปโหลด 5Mbps
  • ค่า Ping ต่ำกว่า 100ms
  • ขนาดแอป: 268.8MB

อาการตัวนับเวลาค้างที่ 23:59

ภาพหน้าจอ Poppo Live Task Box แสดงตัวนับเวลาค้างที่ 23:59

ตัวนับเวลาจะหยุดทำงานในช่วงรอยต่อสำคัญ ได้แก่ 23:59 ก่อนการรีเซ็ต, 12:00 ช่วงซิงค์ข้อมูลตอนเที่ยง และ 00:01 หลังการรีเซ็ต สัญญาณที่สังเกตได้คือหน้าจอหยุดนิ่ง ปุ่มรีเฟรชไม่ตอบสนอง และการลงทะเบียนรับรางวัลล้มเหลว

การลากหน้าจอลงเพื่อรีเฟรช (Pull-to-refresh) ในส่วนของกระเป๋าเงิน 2-3 ครั้ง สามารถช่วยกู้คืนรางวัลที่หายไปได้ถึง 70% อาการค้างนี้จะขัดขวางการมอบหมายภารกิจใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภารกิจรายวันทั้งหมด

สาเหตุทางเทคนิค

ความล้มเหลวในการซิงค์ข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์เกิดขึ้นเมื่อเวลาในอุปกรณ์ขัดแย้งกับเวลาการรีเซ็ตของ UTC+8 การใช้ VPN จะบล็อกการเชื่อมต่อประมาณ 30-50% การรีเซ็ตเครือข่ายมีอัตราความสำเร็จ 75% เนื่องจากเป็นการบังคับให้มีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ใหม่

การเสียหายของแคชจะสะสมผ่านการใช้งานซ้ำๆ โดยไม่มีการล้างข้อมูล การล้างแคชรายสัปดาห์ในช่วงเวลา 02:00 - 04:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ใช้งานน้อย จะช่วยป้องกันการสะสมของข้อมูลที่ผิดพลาดได้

ทำไม v2.9.6 ถึงทำให้เกิดบั๊กนี้

การปรับเปลี่ยนโปรโตคอลของเซิร์ฟเวอร์ทำให้ระบบมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของเครือข่ายมากขึ้น เหตุการณ์เซิร์ฟเวอร์ล่มในวันที่ 16 ก.พ., 1 มี.ค., 15 พ.ค., 24 ส.ค. และ 15-20 พ.ย. ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องของข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

การยืนยันตัวตน KYC ระดับ 5 ช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ถึง 85% เนื่องจากระบบจะให้ลำดับความสำคัญกับบัญชีสูงกว่า โดยต้องใช้บัตรประจำตัวที่ออกโดยรัฐบาล, หลักฐานที่อยู่ และการถ่ายเซลฟี่วิดีโอแบบ 1080p

ผลกระทบโดยตรงจากตัวนับเวลาค้าง

อาการค้างจะบล็อกการรับเหรียญรายวันจำนวน 400 เหรียญ ทุกๆ เซสชันที่ค้างหมายถึงการสูญเสีย 40 เหรียญจากทั้งหมด 10 ภารกิจ การรีเซ็ตการล็อกอินต่อเนื่อง (Login streak) จะทำให้โบนัสตัวคูณหายไป

เซสชันการรับชมที่เสร็จสิ้นแล้วจะไม่ได้รับการบันทึกหาก Task Box ไม่มีการอัปเดต ระบบจะไม่มอบเหรียญย้อนหลังหลังจากหายค้าง การรีเซ็ตรายสัปดาห์ในวันอาทิตย์เวลา 23:59 (UTC+8) ยิ่งทำให้ความสูญเสียสะสมมากขึ้น

ความล้มเหลวในการรับรางวัลรายวัน

เหรียญสูงสุด 400 เหรียญจะไม่สามารถเข้าถึงได้ เซสชัน 5 นาทีที่ดูจบแล้วจะไม่ได้รับเครดิตหาก Task Box ไม่มีการอัปเดต

การใช้งานในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้น้อย (Off-peak) คือ 02:00 - 06:00 น. (UTC+8) จะช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ 30-60% เนื่องจากภาระของเซิร์ฟเวอร์ลดลง

การขาดช่วงของการล็อกอินต่อเนื่อง

การล็อกอินติดต่อกันจะได้รับโบนัสตัวคูณ แต่อาการค้างจะทำให้สถิตินี้ขาดตอนและถูกรีเซ็ตกลับไปที่อัตราเริ่มต้น ระบบไม่สามารถแยกแยะระหว่างความล้มเหลวทางเทคนิคกับการไม่ได้เข้าใช้งานจริงได้

การรีสตาร์ทเครื่องช่วยแก้ปัญหาอาการค้างได้ 90% แต่ต้องทำก่อนเวลา 00:00 น. (UTC+8) เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการล็อกอิน

วิธีแก้ด่วน #1: บังคับหยุดและล้างแคช (วิธีแก้ใน 2 นาที)

การบังคับปิดแอป (Force Stop) มีอัตราความสำเร็จ 87% เนื่องจากเป็นการยุติกระบวนการทำงานเบื้องหลังและล้างการจัดสรรหน่วยความจำที่ขัดแย้งกัน ควรเว้นระยะเวลา 30-60 วินาทีก่อนเปิดแอปใหม่

เพื่อให้สามารถเข้าถึงเหรียญได้อย่างมั่นใจในระหว่างการแก้ไข ซื้อเหรียญ Poppo Live ออนไลน์ ผ่าน BitTopup จะช่วยให้คุณดำเนินการต่างๆ ได้อย่างไม่ติดขัด

ขั้นตอนการล้างแคชบน Android

คู่มือการล้างแคชสำหรับ Poppo Live บนอุปกรณ์ Android

  1. เปิดเมนูแอปที่ใช้งานล่าสุด (Recent Apps)
  2. หาหน้าต่างแอป Poppo Live
  3. ปัดแอปทิ้งเพื่อบังคับปิด
  4. รอ 30-60 วินาที
  5. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > แอป (Apps) > Poppo Live > ที่เก็บข้อมูล (Storage)
  6. เลือก ล้างแคช (Clear Cache) (ห้ามเลือก ล้างข้อมูล (Clear Data))
  7. ยืนยันการลบ
  8. รีสตาร์ทแอปและตรวจสอบตัวนับเวลา

วิธีนี้มีอัตราความสำเร็จ 70% และหากทำควบคู่กับการบังคับปิดแอปจะเพิ่มเป็น 87% โดยที่ข้อมูลบัญชีและรหัสผ่านยังคงอยู่ครบถ้วน

การจัดการแคชบน iOS

คู่มือขั้นตอนการ Offload แอป Poppo Live บน iOS

  1. กดปุ่ม Home สองครั้ง หรือปัดขึ้นเพื่อเปิดหน้าสลับแอป
  2. หาแอป Poppo Live
  3. ปัดขึ้นเพื่อบังคับปิด
  4. รอ 30-60 วินาที
  5. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iPhone (iPhone Storage)
  6. เลือก Poppo Live
  7. เลือก เอาแอปที่ไม่ได้ใช้ออก (Offload App)
  8. ติดตั้งแอปใหม่อีกครั้งจาก App Store

การ Offload และติดตั้งใหม่มีอัตราความสำเร็จสูงถึง 99% โดยที่ข้อมูลภายในแอปยังคงอยู่

ตรวจสอบความสำเร็จของการล้างแคช

ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้:

  • ตัวนับเวลาถอยหลังแสดงผลถูกต้อง
  • รายการภารกิจได้รับการรีเฟรช
  • ปุ่มรับรางวัลตอบสนองการกด
  • ยอดเงินในกระเป๋าเงินอัปเดต
  • การเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์เสถียร

ลากหน้าจอกระเป๋าเงินลงเพื่อรีเฟรช 2-3 ครั้งเพื่อบังคับซิงค์ หากยังค้างอยู่ ให้ดำเนินการรีเซ็ตเครือข่ายในขั้นตอนถัดไป

วิธีแก้ด่วน #2: การซิงโครไนซ์เขตเวลาและนาฬิกา

เขตเวลาที่ไม่ตรงกันทำให้เกิดความล่าช้าระหว่างเวลาในเครื่องกับเวลาการรีเซ็ตของเซิร์ฟเวอร์ Poppo Live ทำงานบนเขตเวลา UTC+8 การปรับตั้งค่าด้วยตนเองจะช่วยแก้ปัญหาที่การตั้งค่าอัตโนมัติอาจมองข้ามไป

เขตเวลาที่ไม่ตรงกันทำให้เกิดอาการค้างได้อย่างไร

การรีเซ็ตเวลา 00:00 น. (UTC+8) ต้องอาศัยความแม่นยำสูง เขตเวลาที่ผิดพลาดจะทำให้เกิดความขัดแย้งและตัวนับเวลาค้างในช่วงรอยต่อ อาการค้างที่ 23:59 บ่งบอกถึงการไม่ซิงค์กันเพียงหนึ่งนาที

การใช้ VPN จะยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลง โดยมีการบล็อกการเชื่อมต่อ 30-50% จากการที่ตำแหน่ง IP ไม่ตรงกับพื้นที่จริง

การปรับเขตเวลาด้วยตนเอง

  1. ปิด VPN ทั้งหมด
  2. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > วันที่และเวลา (Date & Time)
  3. ปิด เขตเวลาอัตโนมัติ (Automatic timezone)
  4. เลือก UTC+8 (ฮ่องกง/สิงคโปร์/ปักกิ่ง)
  5. ตรวจสอบว่าเวลาตรงกับ UTC+8
  6. บังคับปิดแอป Poppo Live
  7. รอ 15-20 วินาที
  8. เปิดแอปใหม่และตรวจสอบตัวนับเวลา

การรีเซ็ตเครือข่ายสามารถทำควบคู่กันได้: ปิด WiFi/ข้อมูลมือถือ รอ 15-20 วินาที แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง

เปิดการตั้งค่าเวลาอัตโนมัติ

หลังจากตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว:

  1. ยืนยันว่าตัวนับเวลาแสดงผลถูกต้อง
  2. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > วันที่และเวลา (Date & Time)
  3. เปิด เขตเวลาอัตโนมัติ และ วันที่และเวลาอัตโนมัติ
  4. ตรวจสอบว่ายังคงเป็น UTC+8
  5. ตั้งค่า DNS เป็น 8.8.8.8 (หลัก) และ 8.8.4.4 (รอง)

วิธีแก้ด่วน #3: การรีเซ็ตการเชื่อมต่อเครือข่าย

ความไม่เสถียรของเครือข่ายเป็นสาเหตุของอาการค้างถึง 40% การรีเซ็ตจะบังคับให้มีการยืนยันตัวตนใหม่และล้างเซสชันที่เสียหาย

สลับระหว่าง WiFi และข้อมูลมือถือ

  1. ดูการเชื่อมต่อปัจจุบัน
  2. ปิดการเชื่อมต่อผ่านเมนูการตั้งค่าด่วน
  3. รอ 15-20 วินาที
  4. เปิดการเชื่อมต่ออีกรูปแบบหนึ่ง
  5. ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อเสถียร
  6. เปิด Poppo Live และตรวจสอบตัวนับเวลา

วิธีนี้มีอัตราความสำเร็จ 75% เนื่องจากการบังคับให้เริ่มเซสชันเซิร์ฟเวอร์ใหม่

การเปิด-ปิดโหมดเครื่องบิน (เคล็ดลับ 30 วินาที)

  1. เปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode)
  2. รอ 10-15 วินาที
  3. ปิดโหมดเครื่องบิน
  4. รอ 5-10 วินาทีเพื่อให้สัญญาณกลับมา
  5. เปิด Poppo Live และตรวจสอบการอัปเดต

การใช้เวลาเพียง 30 วินาทีนี้สามารถแก้ปัญหาการซิงค์ล้มเหลวได้เร็วกว่าการสลับเครือข่ายด้วยตนเอง

ยืนยันการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์

ข้อสังเกต:

  • มีข้อความสถานะ Connected (เชื่อมต่อแล้ว)
  • ตัวนับเวลาอัปเดตแบบเรียลไทม์
  • มีการแจ้งเตือนรางวัลปรากฏขึ้น
  • กระเป๋าเงินรีเฟรชโดยอัตโนมัติ
  • ภารกิจใหม่ปรากฏขึ้นทันที

วิธีแก้ด่วน #4-7: วิธีแก้ปัญหาขั้นสูง

การล้างข้อมูลแอปเฉพาะส่วน

สำหรับ Android:

  1. การตั้งค่า (Settings) > แอป (Apps) > Poppo Live > ที่เก็บข้อมูล (Storage)
  2. เลือก ล้างข้อมูล (Clear Data)
  3. ยืนยันการลบ
  4. เปิดแอปใหม่และล็อกอิน
  5. รอให้ระบบสร้างฐานข้อมูลภารกิจใหม่

วิธีนี้มีอัตราความสำเร็จ 95% สำหรับอาการค้างที่แก้ไม่หาย ควรบันทึกข้อมูลการล็อกอินไว้ก่อนดำเนินการ

โปรโตคอลการรีสตาร์ทอุปกรณ์

ช่วยแก้ปัญหาอาการค้างที่เรื้อรังได้ 90%:

  1. บันทึกงานและปิดแอปทั้งหมด
  2. ปิดเครื่องให้สนิท
  3. รอ 30-60 วินาที
  4. เปิดเครื่องและรอให้ระบบบูตเสร็จสมบูรณ์
  5. เปิดแอป Poppo Live เป็นแอปแรก
  6. ตรวจสอบตัวนับเวลาก่อนเปิดแอปอื่นๆ

การเริ่มระบบใหม่จะช่วยขจัดความขัดแย้งของแอปที่ทำงานเบื้องหลัง

การกู้คืนรางวัลในกรณีฉุกเฉิน

BitTopup ช่วยให้คุณรักษาความต่อเนื่องได้ในช่วงที่มีปัญหาคำนวณมูลค่าที่สูญเสียไป: ภารกิจที่ค้าง × 40 เหรียญ การซื้อเหรียญจะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ป้องกันไม่ให้สถิติการล็อกอินขาดช่วง

กลยุทธ์การป้องกัน

กิจวัตรการบำรุงรักษาประจำวัน

  • ทำภารกิจในช่วงเวลา 02:00 - 06:00 น. (UTC+8) (ลดโอกาสเกิดบั๊กได้ 30-60%)
  • บังคับปิดแอปหลังจากจบแต่ละเซสชัน
  • รักษาพื้นที่ว่างในเครื่องให้ได้อย่างน้อย 500MB
  • หลีกเลี่ยงการใช้ VPN ขณะทำภารกิจ (ป้องกันการบล็อก 30-50%)
  • ลากหน้าจอกระเป๋าเงินเพื่อรีเฟรช 2-3 ครั้งหลังจากทำภารกิจเสร็จ

การจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล

  1. ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทุกสัปดาห์
  2. รักษาพื้นที่ว่าง 500MB นอกเหนือจากขนาดแอป 268.8MB
  3. ล้างแคชของแอปอื่นๆ
  4. ย้ายไฟล์สื่อไปไว้บนคลาวด์
  5. ถอนการติดตั้งแอปที่ไม่ใช้งาน

กลยุทธ์การอัปเดตแอป

  • รอ 7-14 วันหลังมีการปล่อยเวอร์ชันใหม่เพื่อดูรายงานบั๊ก
  • ติดตามความคิดเห็นจากชุมชนผู้ใช้งาน
  • ติดตั้งแอปในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานน้อย
  • สำรองข้อมูลก่อนอัปเดตเวอร์ชันหลัก
  • ข้ามการอัปเดตที่มีรายงานปัญหาจำนวนมาก

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเชื่อ: การถอนการติดตั้งและติดตั้งใหม่แก้ได้ทุกปัญหา

ความจริง: มีอัตราความสำเร็จ 99% แต่เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลหากไม่ได้สำรองไว้ การล้างแคชและบังคับปิดแอปมีอัตราความสำเร็จ 70-87% โดยไม่มีความเสี่ยง ควรลองวิธีที่ปลอดภัยกว่าก่อน

ความจริง: การล้างแคช (Cache) vs การล้างข้อมูล (Data)

การล้างแคชจะลบไฟล์ชั่วคราวแต่ยังคงข้อมูลการล็อกอินไว้ การล้างข้อมูลจะลบทุกอย่างและต้องล็อกอินใหม่ สำหรับ Android ให้ไปที่ การตั้งค่า > แอป > Poppo Live > ที่เก็บข้อมูล สำหรับ iOS ให้ใช้การ Offload เพื่อล้างแคช หรือถอนการติดตั้งเพื่อล้างข้อมูล

ความเชื่อ: อาการค้างหมายถึงการสูญเสียเหรียญถาวร

ความจริง: การลากเพื่อรีเฟรช 2-3 ครั้งสามารถกู้คืนรางวัลได้ 70% เมื่อตัวนับเวลากลับมาทำงาน เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์มีการบันทึกข้อมูลการทำภารกิจไว้ BitTopup สามารถช่วยชดเชยรางวัลในส่วนที่กู้คืนไม่ได้

เมื่อวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้ผล

คำนวณมูลค่ารางวัลที่สูญเสียไป

  • รายวัน: 10 ภารกิจ × 40 เหรียญ = 400 เหรียญ
  • รายสัปดาห์: 400 × 7 = 2,800 เหรียญ
  • รายเดือน: 400 × 30 = 12,000 เหรียญ

ตัวคูณจากการล็อกอินต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ความสูญเสียเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

การเติมเหรียญผ่าน BitTopup

ได้รับเหรียญทันที ราคาคุ้มค่า และขั้นตอนปลอดภัย จัดส่งรวดเร็วภายในไม่กี่นาที พร้อมการสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงและคะแนนรีวิวจากผู้ใช้ที่สูง

กลยุทธ์การลงทุนเหรียญ

ให้ความสำคัญกับ:

  • กิจกรรมที่มีเวลาจำกัด
  • การรักษาความต่อเนื่องของการล็อกอิน
  • ลำดับภารกิจที่ต่อเนื่องกัน
  • ข้อเสนอเวลาจำกัด

ซื้อในจำนวนขั้นต่ำเพื่อประคองสถานะในช่วงที่ระบบมีปัญหา เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้เหลือน้อยที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมตัวนับเวลาของฉันถึงค้างที่ 23:59 พอดี? เกิดจากการสะสมของแคช (70%) และความไม่เสถียรของเครือข่าย (40%) ในช่วงการรีเซ็ตเวลา 00:00 น. (UTC+8) โปรโตคอลการซิงค์ของ v2.9.6 มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนสูง การบังคับปิดแอป + ล้างแคชจะช่วยแก้ปัญหาได้ 87%

ฉันจะเสียรางวัลรายวันไหมถ้าตัวนับเวลายังค้างอยู่? ไม่เสียถาวร การลากรีเฟรชกระเป๋าเงิน 2-3 ครั้งจะช่วยกู้คืนได้ 70% หลังจากแก้ไขแล้ว เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์มีการบันทึกข้อมูลไว้ BitTopup สามารถช่วยเติมเต็มในส่วนที่กู้คืนไม่ได้

จะแก้ไขอย่างไรโดยไม่ให้ข้อมูลหาย? ให้ล้างแคช (Clear Cache) ไม่ใช่ล้างข้อมูล (Clear Data) สำหรับ Android: การตั้งค่า > แอป > Poppo Live > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช สำหรับ iOS: Offload แอปแล้วติดตั้งใหม่ วิธีนี้สำเร็จ 70% และรักษาข้อมูลล็อกอินไว้ หากทำร่วมกับการบังคับปิดแอปจะสำเร็จถึง 87%

การล้างแคชแก้ปัญหาค้างที่ 23:59 ได้จริงหรือ? ใช่ ลำพังการล้างแคชสำเร็จ 70% หากทำร่วมกับการบังคับปิดแอปจะสำเร็จ 87% การรีสตาร์ทเครื่องสำเร็จ 90% และการติดตั้งใหม่ทั้งหมดสำเร็จ 99%

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตัวนับเวลาหยุดเดิน? การสะสมของแคช (70%), ความไม่เสถียรของเครือข่าย (40%) การใช้ VPN บล็อกการเชื่อมต่อ 30-50% บัญชีใหม่มีโอกาสเกิดปัญหามากกว่า 40% การยืนยันตัวตน KYC ระดับ 5 ช่วยลดปัญหาได้ 85%

ควรจะถอนการติดตั้งหรือแค่ล้างแคชดี? ควรล้างแคชก่อน (สำเร็จ 70% ข้อมูลไม่หาย) การถอนการติดตั้งสำเร็จ 99% แต่ต้องสำรองข้อมูลไว้ก่อน แนะนำให้ลองบังคับปิดแอป (87%), ล้างแคช (70%), รีสตาร์ทเครื่อง (90%) ก่อนจะตัดสินใจถอนการติดตั้ง

แนะนำสินค้า

ข่าวแนะนำ

customer service